สัญญาณเตือนว่า Sales Pipeline ไม่ดี

สัญญาณเตือนว่า Sales Pipeline ไม่ดี พร้อมวิธีเช็กด้วยตัวเอง


สารบัญบทความ

เซลส์อาจจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่มีลูกค้าเต็มมือ ดีลเยอะ ยุ่งมากจนทำงานไม่ทัน ต้นเดือนยอดดูสวย แต่กลับเกิด Lead Conversion น้อยและปลายเดือนยอดขายไม่มา จนพลาดยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจจะเกิดจากการจัดการ Sales Pipeline ไม่ดี และไม่สามารถระบุต้นเหตุของปัญหาได้ทัน กว่าจะรู้อีกทีก็ไปกระทบยอดขายแล้ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุขภาพของ Sales Pipeline เป็นอย่างไร และจะมีสัญญาณอะไรที่ต้องรู้บ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน 

Sales Pipeline ที่ดีหน้าตาเป็นแบบไหน 

การที่จะดูว่า Sales Pipeline จะดีหรือไม่ เราจะต้องตอบคำถามได้ว่า Sales Pipeline นั้นสามารถเปลี่ยนดีลให้เป็นรายได้ตามแผนที่วางเอาไว้หรือไม่ และต้องเปลี่ยนได้ทันเวลาโดยที่มีปัญหาตามมาน้อยที่สุด ซึ่งเราต้องไปดู 5 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 

  • มีดีลเยอะมากพอ : ดีลจะต้องมีเยอะมากพอ มีโอกาสในการปิดการขายที่สูงพอ หรือดีลมีขนาดที่ใหญ่พอที่จะทำให้เราไปถึงยอดขายได้ในกรอบระยะเวลาที่วางเอาไว้ 
  • ดีลมีคุณภาพ : ดีลที่อยู่ใน Sales Pipeline ต้องเป็นลูกค้าที่มีความต้องการที่จะซื้อจริง ๆ เหมาะกับสินค้าของเราจริง และมีงบประมาณมากพอ ซึ่งเรื่องนี้เราจะรู้ได้จากการคัดลีด  ที่มีคุณภาพเข้ามา 
  • ดีลต้องขยับ : ดีลจะต้องขยับไปข้างหน้าและต้องเปลี่ยนสเตจตามกรอบเวลาที่ต้องการ ซึ่งการที่ดีลขยับนั้นจะทำให้เราทำ Sales Forecast ได้ง่าย และคาดการณ์การปิดดีลและโอกาสในการปิดดีลได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำไปเป็นบรรทัดฐานได้ว่า ดีลต่อไปควรจะปิดได้ในกรอบระยะเวลาไหน 
  • ข้อมูลต้องถูกต้อง : ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลดีลนั้นต้องได้รับการ Update อย่างสม่ำเสมอในระบบ CRM หากข้อมูลกระจัดกระจายและไม่ตรงกัน เราก็จะไม่รู้เลยว่า Sales Pipeline ที่ดีจะเป็นอย่างไร 
  • ความคุ้มค่า : ดีลนั้นต้องมีความคุ้มค่ามากพอที่จะปิดการขาย เราอาจจะทำยอดขายถึงเป้าได้แต่ Sales Pipeline ก็ยังไม่ดีหากกำไรที่ได้ต่ำหรือต้นทุนสูงจนเกินไป

สัญญาณเตือนว่า Sales Pipeline กำลังไม่ดี

ก่อนที่ยอดขายจะตกหรือปิดดีลไม่ได้ เซลส์ย่อมต้องเห็นสัญญาณบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่ดีลใดดีลหนึ่ง แต่จะเป็นทั้งใน Sales Pipeline ซึ่งสัญญาณก่อน Sales Pipeline จะตัน ยอดขายจะไม่ดี และไม่ถึงเป้าที่จะไปถึง ไปจนถึงการทำ Sales Forecast ที่ผิดเพี้ยน เซลส์จะสังเกตได้จากสัญญาณต่อไปนี้

  • ดีลถูกเลื่อนไปเรื่อย ๆ : การที่ดีลจะถูกเลื่อนได้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ดีลถูกเลื่อนก็บ่งบอกให้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งอาจหมายถึงการที่ลีดเองยังไม่พร้อมที่จะเซ็นสัญญา ไม่มีงบ ไม่มีอำนาจตัดสินใจซื้อ และต้องย้อนกลับไปดูที่การคัดลีดอีกครั้ง
  • ดีลค้างอยู่ใน Sales Pipeline เยอะเกินไป : หากเราเริ่มเห็นแล้วว่ามีดีลค้างอยู่ที่สเตจใดสเตจหนึ่งเยอะเกินไป เช่น ส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าแล้วแต่ลูกค้าไม่ตอบกลับ และมีดีลติดอยู่ในขั้นตอนนี้นาน จะถือได้แล้วว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่เซลส์จะต้องทำการเร่งปิดดีลลูกค้าให้ได้มากขึ้น 
  • ดีลค้างนานเกินรอบการขาย : การที่ดีลติดขัดในรอบการขายนานเกินไป ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่าดีลการขายมักมีปัญหา และอาจจะถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้ากับดีลนี้ต่อไปหรือจะหยุดติดตามดีล และถึงจุดที่เซลส์ต้องมาวิเคราะห์ถึงความเร็วในการปิดดีล ระยะเวลาที่ติดอยู่ในแต่ละสเตจ เพราะการที่เก็บดีลที่ค้างไว้นานเกินรอบขายจะทำให้ตัวเลขใน Sales Pipeline หลอกตาและทำการคาดการณ์ผิดพลาด 
  • จำนวนกิจกรรมการขายน้อยเกินไป : หากกิจกรรมการขายน้อย ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมลหาลูกค้า การส่งใบเสนอราคา การขอประชุม การขอเดโม่ โอกาสในการขายก็จะน้อย ซึ่งก็จะไปส่งผลให้ Sales Pipeline มีแนวโน้มทำงานได้ไม่ดี 
  • Conversion Rate ตกฮวบ : ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนสเตจของการขาย ต้องมีการทำประเมิน Lead Conversion ว่าจำนวนลีดเปลี่ยนไปเท่าไร หากลีดผ่านเข้ามาเยอะแต่เมื่อเปลี่ยนสเตจแล้ว ลีดน้อยลงเยอะมาก ๆ กว่าปกติ ก็จะต้องกลับไปดูที่การคัดลีดหรือการหาลีดเข้ามา 
  • ประเมิน Sales Forecast ผิดพลาดบ่อย : การคาดการณ์การขายจะใช้ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ใน Sales Pipeline มาประมวลผล หากมีการคาดการณ์ผิดพลาดบ่อย ไม่ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาที่คาดว่าจะปิดดีลได้ถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ มูลค่าดีลน้อยลงเรื่อย ๆ ลูกค้าไม่ขยับใน Sales Pipeline แสดงว่ามีการคาดการณ์เอาไว้เกินจริง 
  • ยอดกระจุกตอนปลายเดือน : แม้ว่าสุดท้ายแล้วเซลส์จะทำยอดขายได้ถึงเป้า แต่หากเซลส์ต้องมาพยายามปิดการขายแค่ในช่วงเวลาก่อนสิ้นเดือนหรือปิดไตรมาส ก็เป็นอีกสัญญาณที่แสดงว่า Sales Pipeline สุขภาพไม่ดี ลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนสเตจตามกำหนดเวลา และมีดีลค้างเยอะจนต้องเร่งปิด เป็นการทำให้ระบบเสียและเป็นการขายที่เน้นพึ่งโชคมากกว่าจะเข้าไปแก้ไขที่ระบบจริง ๆ จัง ๆ 
  • ไม่มีการ Update ข้อมูล : การนำเข้าข้อมูลถือว่าสำคัญมากสำหรับการใช้งานระบบ CRM และการทำ Sales Pipeline ให้มีประสิทธิภาพ หากไม่มีการ Update ข้อมูลหรือข้อมูลคลาดเคลื่อน ก็จะไปส่งผลต่อการคำนวณยอดขายและรายได้ที่จะเข้ามา การตัดสินใจใด ๆ ก็จะไม่ถูกต้องและไม่สามารถใช้งานระบบได้เต็มประสิทธิภาพ 

แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร

มีความจำเป็นที่เซลส์และผู้จัดการทีมขายจะต้องทำการรีวิว Sales Pipeline บ่อย ๆ และต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจับสัญญาณสุขภาพของ Sales Pipeline ได้ทันการ และทำความสะอาด Sales pipeline ได้ทัน ซึ่งเรื่องนี้สามารถทำได้ด้วยโปรแกรม Sales CRM อย่าง Venio ที่ให้เห็นดีลที่ค้างเกินรอบอายุการขาย มีฟังก์ชันการแจ้งเตือนให้เซลส์ Follow Up งานขายและทำให้ดีลไม่หลุด ลดโอกาสที่ดีลจะค้าง พร้อมกับการนำเข้าข้อมูลโดยอัตโนมัติและการทำ Sales Forecast ที่แม่นยำ ช่วยให้เซลส์จัดการงานได้และแก้ไขปัญหา Sales Pipeline ตันได้ก่อนที่ปัญหาจะเกิด
อ่านเพิ่มเติมLead Management แนะการจัดการลีดให้ปิดการขายได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรเช็กสุขภาพ Sales Pipeline บ่อยแค่ไหน? 
เซลส์ควรรีวิว Pipeline ของตัวเองทุกสัปดาห์ เพื่อจับดีลที่เริ่มค้างหรือไม่ขยับให้ทัน ส่วน Sales Manager ควรรีวิวภาพรวมทีมแบบเจาะลึกอีกครั้งทุกเดือนหรือทุกไตรมาส ยิ่งเช็กสม่ำเสมอ ยิ่งเห็นสัญญาณก่อนยอดขายจะกระทบ

Pipeline Coverage ที่ดีควรเป็นกี่เท่าของเป้า? 
ค่ามาตรฐานคือ 3–4 เท่าของเป้า แต่ตัวเลขที่แม่นที่สุดมาจาก Win Rate ของทีมเอง คือ 1 ÷ Win Rate เช่น ปิดดีลได้ 25% ก็ควรมีดีลในมือราว 4 เท่า ส่วนทีม SME ที่ปิดไว รอบขายสั้น อาจใช้แค่ 2–3 เท่าก็พอ

ดีลค้างนานแค่ไหนถึงควรตัดทิ้ง? 
ใช้รอบการขายเฉลี่ยเป็นเกณฑ์ ถ้าดีลค้างเกิน 1.5–2 เท่าของรอบปกติโดยไม่ขยับ ก็ถึงเวลาทบทวน เช่น ปกติปิดได้ใน 45 วัน แต่ดีลนี้ค้างเกิน 90 วันแล้วลูกค้ายังเงียบ ควรตัดออกหรือย้ายไปเลี้ยงลีดเพื่อไม่ให้ตัวเลขใน Pipeline หลอกตา

ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  
www.youtube.com/veniocrm


Tags

sales


You may also like

ต้องมีดีลเยอะแค่ไหนถึงจะทำยอดขายถึงเป้า พร้อมสูตรคำนวณที่เซลส์ต้องรู้

ต้องมีดีลเยอะแค่ไหนถึงจะทำยอดขายถึงเป้า พร้อมสูตรคำนวณที่เซลส์ต้องรู้
>
Success message!
Warning message!
Error message!