3 เคสตัวอย่าง Venio ช่วยบริหารทีมขายได้จริง

Venio testimonials -Farmesh-TOA-Karisma

หากคุณก็เป็นคนนึงที่กำลังมองหาระบบบริหารทีมขาย หรือ CRM บริหารทีมขายแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าคุณคงจะต้องมีคำถามนี้อยู่ในใจอย่างแน่นอน ธุรกิจของเรานั้นจะใช้ประโยชน์จาก CRM ได้จริงหรือ? และระบบบริหารทีมขายจะช่วยเราได้อย่างไร ?วันนี้ Venio เราจึงได้ยกตัวอย่าง 3 เคสที่เกิดขึ้นจริงกับ 3 บริษัทพร้อมวีดีโอที่จะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ Venio เข้ามาช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ดีขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจได้ จะมีอะไรบ้างลองติดตามชมกันได้เลยครับ

TOA – แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็ยังต้องพัฒนา

ถ้าพูดถึงวงการสีแล้วล่ะก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก TOA ผู้ผลิตและจำหน่ายสีทาบ้านอันดับหนึ่งในเมืองไทย ด้วยขนาดของบริษัทดีกรีระดับบริษัทมหาชน ยังมองหาการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ทาง TOA มุ่งเน้นเลยคือข้อมูลลูกค้า และสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าคือข้อมูลต้องใช้ประโยชน์ได้จริง และ Venio ก็เข้ามาตอบโจทย์ในการใข้งานตั้งแต่การสร้างแผนงานเข้าพบลูกค้า รายละเอียดการเข้าพบต่างๆที่ดูได้ทันที

Farmesh - กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

บริษัท ฟาร์มเมช ภาคใต้ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรพันธะสัญญา คุณกฤตซึ่งเป็นผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยในการบริหารงาน ซึ่งคุณกฤตก็ได้มองหามาหลายตัวจนได้มาเจอกับ Venio และพบว่านี่คือโปรแกรมด้าน CRM ที่เค้ามองหามานาน เพราะจะช่วยให้เค้ามองเห็นภาพรวมของการพบลูกค้าได้มากขึ้น แต่สิ่งที่คุณกฤตกังวลก็คือการเปลี่ยนแปลงในบริษัทจากการทำงานแบบแมนนวลเป็นการใช้ระบบแทน แต่สุดท้ายแล้วด้วยความตั้งใจของ Venio หลังจากการเทรนนิ่งทุกคนก็แฮปปี้และรู้ว่าโปรแกรมนี้ทำให้พวกเขาทำงานได้สะดวกขึ้น และก็พร้อมใช้งานโปรแกรมกันทันที

Karisma – ทำไม Venio ถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจ

สำหรับแบรนด์ Karisma เองนั้นเป็นแบรนด์ที่มียอดขายระดับหลักหลายร้อยล้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์จำพวกผ้าเปียก และแน่นอนว่ามีทีมขายที่ต้องวิ่งเข้า modern trade อยู่เป็นจำนวนมาก คุณแพร กรรมการผู้จัดการจึงต้องมองหาโซลูชั่นเพื่อจัดการบริหารทีมขาย จนได้เจอกับ Venio ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งในเรื่องการดูแลพนักงานที่ต้องออกนอกสถานที่ของคุณแพร ไม่ว่าจะเป็น Customer support หรือฝ่ายขายก็ตาม หลังจากใช้ Venio ยอดขายในสาขาที่มีปัญหาก็เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ จนคุณแพรถึงกับเอ่ยปากชมว่า Venio พัฒนามาได้เยี่ยมยอดและราคาน่ารักมากๆเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าจากตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นจริงที่ทางเราได้ยกตัวอย่างมาให้ดูในหลายๆธุรกิจ ในอุตสาหกรรมและขนาดที่แตกต่างกัน แม้จะมีรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนกันแต่ Venio ก็สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ทำให้การบริหารทีมขายและการดูแลลูกค้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย หากคุณกำลังลังเลอยู่ล่ะก็ติดต่อเราเลย เรามีทีมที่พร้อมจะดูแลและให้คำปรึกษาคุณอยู่ตลอดเวลา

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

Venio – Work From Home Feature Update

Venio สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น Covid-19 ก็ได้ทำให้การติดต่อกับลูกค้าเปลี่ยนรูปแบบไปมาก หลายๆบริษัทปรับไปใช้การทำงานแบบ work from home บางบริษัทก็มีการนัดหมายออนไลน์มากขึ้น และนั่นส่งผลกระทบโดยตรงกับทีมขายซึ่งต้องมีการเข้าพบลูกค้ามาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ลูกค้าก็ยังคงต้องการคนดูแลอยู่ Venio เราก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับในทุกๆสถานการณ์ เช่นการวางแผนงานการพบลูกค้าแบบออนไลน์ ฟีดข่าวทีม conversation มาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

เพิ่มการวางแผนงานแบบใหม่สำหรับ online activity

ในการอัปเดตนี้ Venio เราก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ในส่วนของ
การวางแผนกิจกรรมให้ครอบคลุมกับกิจกรรมมากขึ้น โดยเพิ่มประเภทใหม่ในส่วนของ Online เพื่อรองรับในแผนงานต่างๆเช่น การทำ conference กับลูกค้า, การพรีเซ็นงานผ่านทางออนไลน์ หรือการประชุมทีมผ่านทางออนไลน์ โดยเมื่อเลือกการสร้างแผนงานแบบออนไลน์ ระบบเราก็จะอำนวยความสะดวกให้ ทำให้ไม่ต้องเลือกข้อมูลการนัดหมาย และ
ยังมีการแจ้งเตือนสำหรับแผนงานแบบอัตโนมัติให้อีกด้วย และหลังจากนั้นก็สามารถบันทึกผลการประชุมได้ทันที

ปุ่ม conversation

เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Venio ได้มีการเพิ่มปุ่ม conversation สำหรับ conversation หรือการติดต่อกับลูกค้า สามารถบันทึกข้อมูลเพิ่มการติดต่อลงในระบบได้ทันที และยังสามารถเลือกประเภทการติดต่อ เช่นการโทร และบันทึกผลลัพธ์ที่เกิดจากการติดต่อหาลูกค้าได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับการติดตามลูกค้าในกรณีที่เราต้องทำการ follow up อีกด้วย

News feed

ฟีเจอร์ล่าสุดที่เราเพิ่มเข้าไปให้ในหน้าโฮม ทำให้ทุกท่านเข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในบริษัทได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่นหากคนในทีมมีการประชุมเกิดขึ้น ในหน้านี้ก็จะแสดงรายละเอียดให้เห็นเลยว่ามีอะไรบ้าง และเป็นกิจกรรมของใคร ในหน้านี้ยังสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีก ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์การประชุม คุยกับใคร ข้อมูลเคส ดีล ใบสั่งขาย รวมไปถึงข้อมูลแต่ละบุคคลในทีมเราได้อีกด้วย ตัว news feed จะทำให้ทุกท่านเห็นข้อมูลภาพรวมของทั้งทีมได้อย่างง่ายมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าจากการอัปเดตล่าสุด Venio เราก็เพิ่มขีดความสามารถให้มากขึ้น ช่วยให้การ work from home ทำได้ง่ายมากขึ้น  และยังสามารถไปประยุกต์ใช้กับการทำงานแบบต่างๆที่ไม่ใช่ work from home ได้อย่างดีอีกด้วย ตรงตาม concept ของการ work from anywhere ครับ ทางทีม Venio เราก็หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากการอัปเดตในครั้งนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ ทางเราสัญญาว่าจะพัฒนาโปรแกรม CRM ของเราให้มีความสามารถขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของทุกท่านครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

Customer centric กับเทรนด์ที่ต้องจับตามอง

นอกจากการออกแบบและทำสินค้าหรือบริการให้ออกมายอดเยี่ยมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงนั้นคือ end user หรือลูกค้านั้นเอง ด้วยเหตุที่ว่าการดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ การแข่งขันนั้นสูงมากๆ สินค้าและบริการก็มีให้เลือกหลากหลาย ตัวเลือกในการประกอบการตัดสินใจ ทั้งยี่ห้อ รุ่น รูปแบบ ทำให้ลูกค้านั้นมีโอกาสในการที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตลอดเวลา ไหนจะการร้องเรียนของลูกค้าที่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงผ่านโซเชียลมีเดีย หากองค์กรบริหารการทำงานและบริหารทีมขายแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) ปัญหาเหล่าก็จะหมดไป


เรามาดูกันว่าการบริหารงานแบบ customer centric (ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง) นั้นคืออะไร?

Customer centric นั้นจะแตกต่างจาก Product centric ที่มุ่งเน้นในการสรรสร้างและผลิตสินค้าและบริการ customer centric จึงเปรียบเสมือนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีแนวคิดการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดีที่สุด มีความรู้ความเข้าใจว่าลูกค้าของเราเป็นอย่างไร ต้องการอะไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นการตอบโจทย์ของลูกค้ามากกว่ายอดขาย เพราะการที่ลูกค้ายิ่งชอบองค์กรมากเท่าไร จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นนั้นเอง พนักงานทั้งบริษัทตั้งแต่เด็กฝึกงานไปยันผู้บริหารล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง และมีความรู้ความเข้าใจ มีการวางแผนที่เป็นหนึ่งเดียวในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงานแต่ละคนไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำงานให้เสร็จไปวันๆ แต่ยังสามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ตัวเค้าเองนั้นรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษด้วย


รู้จักลูกค้าให้ลึกมากขึ้น การเข้าพบลูกค้าบ่อยๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีเพื่อรับฟังข้อแนะนำหรือปัญหาจาการใช้งาน มีเวลาเข้าพบลูกค้าอยู่ทุกระยะ เหมือนแสดงเจตจำนงว่าอยากพบลูกค้าให้มากที่สุด พูดคุยสอบถามเพื่อให้ลูกค้าบอกความต้องการ ฟังอย่างตั้งใจ และเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง นี่คือแนวทางการรู้จัก เพราะหัวใจสำคัญคือการเน้นสร้างความสัมพันธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากมีโปรแกรมบริหารงานขายที่ดีเอาไว้คอยช่วยทีมขายทำงานจะดีมาก การทำงานด้วยวิธีแบบเก่าอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการเก็บข้อมูลที่แม่นยำมากนัก เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ก็เป็นตัวช่วยที่ดีในเวลานี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นโปรแกรม crm จึงจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเก็บข้อมูล วางแผนเข้าพบลูกค้า แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของลูกค้า และนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์เพื่อตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วนั้นเอง


สรุปได้ว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดี (customer experience) ให้กับลูกค้านั้นคือตัวการสำคัญ โดยใช้มีแนวคิด การจัดการ การบริหารแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) เป็นที่ปรึกษาคอยแนะนำสิ่งต่างๆ มุ่งเน้นที่จะนำเสนอประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และเพิ่มยอดขายในที่สุด    

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

เคล็ดไม่ลับสำหรับปิดดีล

ทักษะการเจรจาเป็นเทคนิคที่สำคัญมากที่จะช่วยให้งานด้านการขายเป็นไปได้อย่างที่ใจหวัง การเจรจาที่ดีย่อมเป็นบ่อเกิดแห่งความ "น่าเชื่อถือ"และ "ปิดการขาย"มาลองปรับเปลี่ยนมุมมองของทีมขายและจัดระบบทีมขายให้มั่นใจว่าทีมขายของคุณมีทักษะเหล่านี้ เพื่อเป็นนักเจรจาที่สามารถปิดการขายได้ทุกดีลอย่างมืออาชีพ  

การเอาชนะ  

ความล้มเหลวในการเจรจาอาจเกิดขึ้นได้หากทั้งสองฝ่ายคิดว่าการเจรจาเป็นการเกมการต่อสู้ที่ไม่มีบทสรุปร่วมกัน มีแต่ผู้ชนะและผู้แพ้ การเจรจาระหว่างลูกค้านั้นควรถือเป็นโอกาสสำหรับการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เปลี่ยนการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามให้เป็นการร่วมแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน การต่อรองจึงเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายในการแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดต่อทุกฝ่ายนั่นเอง 

อย่าปล่อยอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล 

เป็นเรื่องง่ายการเจรจาที่ยาวนานที่มองไม่เห็นเป้าหมาย ทำให้อารมณ์เริ่มร้อนและไม่มีเหตุผล หากคุณเริ่มได้ยินเสียงการเต้นของชีพจรที่หู บางครั้งการพักเจรจาเป็นเรื่องที่ดี เวลาประมาน 15 นาทีอาจเป็นเปิดโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายในการปรับเปลี่ยนอารมณ์และความคิดใหม่ว่าที่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังต้องการสิ่งไหนกันแน่  

เป็นนักฟังที่ดี  

สำหรับทีมขายหรือนักเจรจาไม่ใช่แค่เพียงทักษะการพูดที่จำเป็นต้องมี แต่ยังต้องมีทักษะการฟังที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมขายบรรลุเป้าหมายได้ ทักษะการฟังที่ดีนั้นต้องเป็นผู้ฟังที่เข้าใจถึงความหมายที่ผู้พูดสื่อออกมาได้อย่างแท้จริง การสังเกตลักษณะท่าทาง การใช้คำพูดและโทนเสียง ก็เช่นกัน ดังสุภาษิตว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง  

รู้จุดแข็งของตัวเอง 

คุณต้องรู้จักตัวเองหรือสินค้ามากพอที่จะมองเห็นประโยชน์ของมันในปรับใช้ในการเจรจา ของแต่ละอย่างหรือคนแต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกันไป เมื่อเราเป็นนักฟังที่ดี เข้าใจถึงปัญาอย่างแท้จริงแล้ว การนำจุดแข็งมาปรับใช้กับปัญหาในการจรจาจึงส่งมีผลกระทบต่อผลของการเจรจาของแต่ละคนออกมาแตกต่างกันนั่นเอง  

มีเป้าหมาย  

สิ่งสำคัญสิ่งสุดท้ายในการเจรจาก็คือ เป้าหมาย บางครั้งการเจรจาที่ยาวนานอาจจะทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคหรือแผนเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นและจุดแข็งของเรา  ส่งผลให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ของคุณของคุณคลาดเคลื่อนโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้ผลเจรจาใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวคุณต้องการมากที่สุด ในระหว่างการเจรจาต้องคำนึงถึงเป้าหมายของเราอยู่เสมอ  


ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

5 วิธีก้าวข้ามอุปสรรคในงานขาย

สำหรับนักขายหลายๆท่านเมื่อพูดถึงเรื่องอุปสรรคสำหรับการขายที่เคยเจอมา เชื่อได้เลยว่าคงไม่พ้นเรื่องการบริหารจัดการเวลาอย่างแน่นอน วันนี้เราได้รวบรวมฟีดแบ็คจากเซลล์หลายๆท่านที่เราไปเจอ และบทความในอาทิตย์นี้เราก็จะมาคุยในเรื่องของอุปสรรคที่นักขายมักจะต้องเจอ และวิธีที่จะช่วยก้าวข้ามผ่านมันและทำให้เรากลายเป็นสุดยอดนักขาย 

การจัดการเวลา

ปัญหาที่นักขายจำนวนมากเจอเลยคือการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำอย่างนี้ครับให้คิดเสมอว่ายิ่งเราทุ่มเทให้กับการขายมากเท่าไรนั่นคือโอกาสที่มามากขึ้น และนั่นหมายถึงการต้องทำการบ้านก่อน เช่นก่อนไปพบลูกค้า หลังพบลูกค้า จะติดตามดีลกันอย่างไร ซึ่งตรงจุดนี้โปรแกรม CRM จะเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ช่วยที่สำคัญมากๆ แต่หากยังไม่มีงบตรงส่วนนี้ก็อาจจะเริ่มใช้ Excel ไปก่อนก็ได้

การถูกปฎิเสธ

เซลล์ร้อยทั้งร้อยรับรองว่าต้องเคยถูกปฎิเสธกันมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการไปตกลงสั่งซื้อกับเจ้าอื่นแทนทั้งๆที่เหมือนจะปิดดีลได้แล้ว หรือบางครั้งโดนปฎิเสธตั้งแต่ขั้นตอนการขอเข้าพบลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับนักขายแล้วจะเป็นอะไรที่เฟลสุดๆ แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆด้วยการทำนัดหมายเยอะๆ พยายามเข้าพบเสนอขายลูกค้าบ่อยๆ เป็นเหมือนการฝึกให้เราชินกับการขายนั่นเอง

บางครั้งคุณรู้มากเกินไป

คำว่ารู้มากในที่นี้คือคุณรู้โปรดัคส์ตัวเองอย่างท่องแท้ทั้งในทั้งนอก คุณรู้ทุกผลิตภัณฑ์ที่มีบนท้องตลาด คุณรู้ถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ตนเอง ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่สำหรับพนักงานขายบางคนกลับกลายมาเป็นหอกที่ทิ่มแทงตัวเอง เพราะเมื่อมีการพูดคุยกับลูกค้าแล้วรู้ว่าเค้ากำลังเปรียบเทียบกับเจ้าไหนอยู่ ทำให้เกิด Mindset ที่ว่าเราต้องสู้ไม่ได้แล้วแน่ๆเลย อันที่จริงแล้วการขายในปัจจุบันนี้ไม่ได้แพ้ชนะกันที่โปรดัคส์ทั้งหมดอีกต่อไป เพราะ Customer centric มากขึ้น และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคุณควรใช้โปรแกรม CRM เพื่อการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

ายไม่ได้สักที

เซลล์จำนวนมากไม่อาจประสบความสำเร็จในงานขายได้ เพราะทำตัวเองเป็นแค่เซลล์ที่มีหน้าที่ขายปิดยอดแล้วก็จบงานกลับบ้าน แต่จากเทรนด์ในปัจจุบันลูกค้าต้องการมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าคุณนอกจากจะขายของแล้ว ยังต้องให้บริการการขายที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย หากมีเคสหรือปัญหาอะไรก็ไม่ควรจะปล่อยให้ตกหล่น และถ้าจะให้คำแนะนำอาจจะกำปั้นทุบดินไปนิดนึงแต่พนักงานขายในปัจจุบันจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ทั้งตลาดในปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารรอบตัว เพื่อต่อยอดในการพูดคุยกับลูกค้า และช่วงชิงความได้เปรี่ยบในการขาย

ไม่รู้จะจัดการดีลอย่างไรดี

ปัญหาคลาสสิคอีกอันที่เซลล์หลายๆท่านพบเจอคือมีลูกค้าเข้ามามากเกินไป และมันก็กลายมาเป็นอุปสรรคเพราะสุดท้ายแล้วการตามงานทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ ตรงนี้สามารถแก้ได้ง่ายๆด้วยการลิสท์ลูกค้าทั้งหมดออกมาและทำการจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าดีล ตามโอกาสในการปิดการขาย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นงานที่น่าปวดหัวมากพอตัวหากทำผ่านระบบ manual เราจึงแนะนำให้หาโปรแกรมบริหารงานขายดีๆสักตัวมาใช้ และการจัดการดีลก็จะง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว


ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

Successful case study Farmesh กับ change management

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และยังมีสื่อต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงทุกคนได้ทุกที่ การบริหารงานขายยุคนี้ในรูปแบบเดิมๆ อาจไม่เท่าทันต่อสังคมดิจิทัลที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วของสังคมปัจุบัน การเลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการทำงานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อาจส่งผลกับธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นวันนี้เราขอแชร์ประสบการณ์และมุมมองของกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับปศุสัตว์ บริษัท ฟาร์มเมช ภาคใต้ จำกัด ที่ได้เปลี่ยนแปลงองค์กรตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

บริษัท ฟาร์มเมช ภาคใต้ จำกัด เป็นธุรกิจเกี่ยวการเกษตรพันธะสัญญา ประกันราคา หนุนเกษตรกรให้มาเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ มีสาขาอยู่ทั่วภาคใต้  ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 30 ปี และมีลูกค้ามากกว่า 1000 ราย กระจายตัวอยู่ในแต่ละจังหวัดของภาคใต้ ด้วยเหตุที่ว่าการขยายตัวขององค์กรที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี ทำให้การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่มหาศาลเป็นไปได้ยากลำบาก และการกรองข้อมูลทั้งหมดที่มีกลับกลายเป็นการเพิ่มงานให้กับองค์กร

ด้วยเหตุนี้นักบริหารรุ่นใหม่อย่าง คุณกฤต นามเกิด กรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มเมช ภาคใต้ จำกัด จึงเกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร อยากนำโปรแกรมที่สามารถช่วยในดูแลทีมขาย และดูแลลูกค้า ช่วยให้องค์กรเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้เกิดการบริการลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น คุณกฤต นักบริหารหนุ่มได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับตัวโปรแกรมบริหารงานขายที่จะเข้ามีช่วยเปลี่ยนแปลงองค์กร มีการเปรียบเทียบโปรแกรมค่อนค้างเยอะ จนสุดท้ายได้ Venio ที่ดูแล้วจะตอบโจทย์การใช้งานที่สุด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่ระบบดิจิตอลเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ได้เริ่มใช้โปรมแกรมบริการงานขายของ Venio ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด งานเอกสารที่เคยกระจัดกระจายค้นหาข้อมูลลำบากจัดเก็บเป็นระบบมากขึ้น ส่งผลให้การกรองข้อมูลที่เคยเพิ่มงานให้องค์กรกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย มีตัวช่วยในการสรุปข้อมูลหลายรูปแบบและสามารถ export ออกมาต่อยอดข้อมูลที่มีได้ ฟังก์ชั่นการ check-in และ check out ก็เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าและเป็นตัวช่วยในการสื่อสารภายในทีม สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย และการตอบสนอง Order ที่รวดเร็วเป็นส่วนหนึ่งในการบริการที่ดียิ่งขึ้น

เหตุผลหลักๆ ที่ตัดสินใจเลือก ด้วยการที่ว่า Venio เป็นโปรแกรมบริหารการขายที่มี features ใช้งานง่ายและตอบโจทย์การทำงานของทีมขายจึงทำให้พนักงานรู้สึกอยากที่จะใช้ และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆเลยคือ ทีมงานที่อบรมการใช้งาน ทีมงานที่ดูแลโปรแกรมและแนะนำ ทำได้น่าประทับใจที่สุดครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

CRM คืออะไร? และประโยชน์ของ CRM ที่มีต่อธุรกิจ

เชื่อได้ว่าคุณผู้อ่านหลายๆท่านคงเคยได้ยินกับคำว่า CRM มาก่อน คำว่า CRM นั้นก็ย่อมาจาก Customer Relationship Management และสำหรับหลักการของ CRM นั้นก็คือลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง เหมือนกันกับตัวย่อที่ C มาเป็นตัวแรกครับ ธุรกิจเกือบจะแทบทุกธุรกิจสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดและสำคัญที่สุดนั้นก็คือลูกค้า แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลการเข้าพบ ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเค้า กลับกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด อยู่ที่ผู้บริหารหน่อยนึง อยู่ที่พนักงานขายหน้างานอีกหน่อยนึง อยู่ที่อีเมล์ อยู่ที่ Excel ทำให้การบริหารงานขาย และดูแลลูกค้าผลลัพท์ออกมาไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น 

เมื่อตอนที่ธุรกิจยังมีขนาดเล็กอยู่ข้อมูลกระจัดกระจายอาจจะยังไม่ส่งผลอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อธุรกิจมีการเติบโตมากขึ้น มันก็เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆที่จะมีระบบมาจัดการให้ข้อมูลลูกค้าที่จำเป็นในการขาย มาอยู่บนที่เดียวกันและเข้าถึงได้ตลอดเวลา  

เมื่อไม่มีระบบจัดการที่ดีนั่นหมายความว่าทีมขายของคุณจะช้ากว่าคู่แข่งที่มีการใช้ CRM อยู่หนึ่งก้าวในการตอบคำถามสำคัญๆ เช่นลูกค้าฉันเป็นใคร จะเข้าถึงเขาได้อย่างไร แล้วลูกค้ามี feedback อย่างไร เคยซื้อของอะไรไปบ้าง หรือกำลังสนใจในผลิตภัณฑ์ใด และนั่นหมายความว่าลูกค้าของคุณก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายเมื่อทีมขายคุณไม่ได้มีการอัพเดทข้อมูลกัน แล้วต้องมาอธิบายเริ่มคุยกันใหม่ทุกครั้ง  เพราะในสายตาของลูกค้าเค้าจะมองว่าเขาซื้อของจากบริษัท ไม่ใช่จากตัวบุคคลครับ ดังนั้นแล้วเมื่อมีประสบการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ภาพแง่ลบก็จะถูกส่งตรงมายังบริษัท หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือลูกค้าเลือกตัดสินใจซื้อกับเจ้าอื่นที่มีระบบการจัดการที่ดีกว่าคุณแทนนั่นเอง 

CRM ก็คือโซลูชั่นที่เกิดมาเพื่อช่วยจัดการปัญหางานขายและปัญหาลูกค้าที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆในธุรกิจ เริมตั้งแต่การเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบบนที่เดียว การปรับปรุงกระบวนการขายผ่าน sales funnel ที่ถูกออกแบบมา การติดตามงานขาย การดูแลเคสปัญหาที่เกิดขึ้น และสุดท้ายทุกอย่างที่ทำผ่านโปรแกรม CRM ก็จะส่งผลให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกที่ดี  

CRM เหมาะกับใคร 

โดยปกติแล้ว CRM นั้นเหมาะกับทุกบริษัท และทุกอตสาหกรรมการขาย เพราะทุกธุรกิจต่างต้องมีการพึ่งพาอาศัยทีมขายในการติดต่อลูกค้า แต่ถ้าจะให้ระบุเจาะจงลงไป อาจจะแยกได้เป็นสองประเภท ดังนี้ครับ 

  • ธุรกิจแบบ B2B เพราะว่ามักจะต้องมีการิดตามการขายกันหลายครั้ง ผ่าน sales cycle ที่ยาวนาน 
  • ธุรกิจแบบ B2C เน้นที่ธุรกิจที่ต้องมีการตัดสินใจนา 

หรืออาจะลองถามตัวเองดูครับว่าเรามีปัญหาข้อใดข้อหนึงจากลิสท์ข้างล่างนี้รึเปล่า ถ้ามีสักหนึ่งข้อนั่นหมายความว่าธุรกิจคุณควรที่จะเริ่มใช้ CRM อย่างเร่งด่วน 

  • มีข้อมูลสำหรับลูกค้าเยอะแยะมากมาย และที่สำคัญไม่มีการเก็บอยู่บนระบบกลาง 
  • ข้อมูลต้องถูกเข้าถึงจากคนในทีมหลายคน แต่ยังใช้ Excel เก็บข้อมูล 
  • ไม่แน่ใจว่าพนักงานขายมีการติดต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่องหรือไม่ 
  • เริ่มรู้สึกว่าสูญเสียลูกค้า สูญเสียโอกาสการขายจากปัจจัยที่เกิดจากทีมขาย 

ประโยชน์หลักที่ได้จาก CRM  

จัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ด้วย CRM การบริหารข้อมูลลูกค้าจะทำได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ลูกค้ารายใดที่มีไปพบมาแล้ว ลูกค้ารายใดต้องการอะไร นอกจากนั้นยังสามารถใส่โน้ตบอกเกี่ยวกับลูกค้าได้อีกด้วย นั่นทำให้เมื่อใดก็ตามที่มีคนอยากเรียกดูข้อมูลลูกค้าตรงนี้ก็สามารถตามเรื่องต่อได้เลย 

รายงานการขาย 

สิ่งหนึ่งที่ระบบซีอาร์เอ็มเข้ามาช่วยได้คือ รายงานการขายที่สามารถเรียกดูได้ทุกเวลา และข้อมูลอัพเดทเป็นปัจจุบันเสทอ ทำให้การจัดการ pipeline และดูว่าต้องติดตามลูกค้าคนไหนเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถมองเหนดีลและภาพรวมว่าทุกอย่างของธุรกิจเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าไม่มีระบบ CRM การจะดูข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะเป็นไปได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

ปรับปรุงกระบวนการขาย 

โปรแกรม CRM จะช่วยปรับปรุงกระบวนการให้คุณโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องคิดหาวิธีไรเพิ่มเติม เพราะ CRM จะมีการปรับผ่าน sales funnel ทำให้กระบวนการขายของคุณเป็นระบบแบบที่บริษัทที่มีการจัดการใช้กัน เริ่มจาก lead จนถึงขั้นตอนการเปลี่ยนเป็นลูกค้า 

เพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อในทีม 

ด้วยระบบ CRM ที่มีการใส่รายชื่อผู้รับผิดชอบลูกค้าในแต่ละรายได้ ทำให้คุณรู้ว่าใครควรทำอะไร ที่ไหนอย่างไร และการติดตามงานสามารถทำได้บน application เดียว ทำให้การประสานงานขอข้อมูล ค้นหาข้อมูลอะไรต่างๆก้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว 

ประหยัดเวลา

สิ่งสำคัญอีกส่วนสำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆคือเวลา CRM ช่วยทำให้คุณประหยัดเวลาจากการค้นหาข้อมูลที่กระจัดกระจายไปทั่ว ประหยัดเวลาในการต่องาน และที่สำคัญคือรู้ทุกข้อมูลที่ต้องใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว การดูรายงานก็ไม่ต้องเสียเวลาไปรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานทำให้มีเวลาไปดูแลลูกค้าได้มากขึ้นกว่าเดิม 

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่ 
Blog: www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm 

รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ อัพเดท!! 4 เทรนด์การขายมาแรงปี 2019

เผลอแปปเดียวเวลาครึ่งปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วนะครับ วันนี้ Venio เราก็ตั้งใจจะมาสรุปเทรนด์การขายที่มาแรงในปี 2019 โลกของงานขายก็เป็นอะไรที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนได้เร็วมากๆ เหมือนกับที่เราจะเห็นได้ว่ามีหลายๆธุรกิจที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เดี่ยวเราจะได้รู้กันแล้วครับว่าเทรนด์อะไรที่มาแรง และสิ่งที่คุณควรจะต้องรู้ไว้เพื่อปรับปรุงการบริหารงานขายคุณ 

1.โฟกัสที่กลุ่ม Generation Z 
อย่างที่เรารู้กันนะครับว่าตอนนี้กระแสเจน Z ก็เป็นอะไรที่มาแรงอยู่พอสมควร กลุ่มคนเจน ก็จะเป็นคนในช่วงอายุราวๆ 10 กลางๆไปจนถึง 20 กลางๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือคนยุคเจน Z จะกลายมาเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออย่างมากในเร็วๆนี้ ทำไมผมถึงยกกลุ่มนี้มาพูดก็เพราะว่าการขายของให้กับคนกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสักเท่าใดนัก สำหรับผู้ประกอบการจำนวนมากเรียกได้ว่าอาจจะต้องปรับตัวขนานใหญ่กันเลยทีเดียวเชียวครับ เพราะว่าคนกลุ่มนี้จะมีการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ค่อนข้างสูง เติบโตมาในยุคที่มีโซเชียลมีเดีย การซื้อสินค้าออนไลน์ที่เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา เพราะฉะนั้นแล้วก็อาจจะเป็นเวลาที่ควรเริ่มทำการศึกษาว่าจะทำการเจาะตลาดคนกลุ่มนี้อย่างไร และจะใช้เทคโนโลยีใดเข้ามาช่วยในการทำ CRM คนกลุ่มนี้ครับ 

2.Ommi-channel 
Omni-channel อีกแล้ว เคยแปลกใจไหมครับทำไมช่วงนี้ได้ยินศัพท์คำนี้บ่อยเหลือเกิน ผมจะอธิบายให้ฟังครับ จากการที่เจน Z เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้น คนกลุ่มนี้มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น การตัดสินใจซื้อจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ช่องทางเดียวอีกต่อไป พวกเค้าอาจจะมีการดูข้อมูลจากออนไลน์ก่อน จากนั้นไปดูที่ช่องทางการขายอื่น แล้วอาจจะกลับมาซื้อที่หน้าร้าน ซึ่งสิ่งสำคัญคือในเรื่องประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่พวกเค้าคาดหวังว่ามันจะต้องเชื่อมต่อกันในทุกช่องทาง และนี่ทำให้การบริหารงานขายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น หลายๆบริษัทก็เริ่มปรับตัวโดยการนำโปรแกรมเก็บข้อมูลลูกค้าหรือโปรแกรม CRM ที่เชื่อมต่อข้อมูลจากช่องทางต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียว  

3.การขายมีการใช้กลยุทธ์มากขึ้น
การขายในยุคก่อนๆนั้นจะไม่ได้มีการห้ำหั่นกันเช่นเดียวกับในปัจจุบัน ทำให้การวางแผนงานขายยังไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมาก บางครั้งอาจจะถูกจัดการง่ายๆเพียงแค่การบอกเป้ายอดขายให้กับทีมขายแล้วทีมขายก็แค่ทำให้ถึงเป้า แต่การขาย ณ ปัจจุบันนี้มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการบริหารดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า โปรแกรมบริหารงานขาย และปัจจุบันการนำเอาซอพต์แวร์เอามาบริหารงานขายก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทใหญ่เท่านั้น แม้กระทั่ง sme ที่ต้องการเติบโตและมองในเรื่องการบริหารภาพรวมก็มีการเอาเทคโนโลยีมาจัดการอย่างแพร่หลาย สิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากการนำซอพต์แวร์มาใช้ กลยุทธ์ต่างๆยังรวมไปถึง การโฟกัสในการพัฒนาทีมขาย แผนงานขายที่มีการวิเคราะห์ผ่านข้อมูลลุกค้า การต่องานได้ทันทีสำหรับเซลล์ใหม่ การพัฒนากระบวนการขายจากเทคโนโลยี ล้วนแต่เป็นส่วนที่ทำให้งานขายในปัจจุบันพัฒนาไปมากกว่าที่เคย 

4.Machine learning
AI กลายมาเป็นสิ่งหลักๆที่เข้าไปเกี่ยวกับทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่งานขาย สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับโลกยุคปัจจุบันนี้คือเรื่องข้อมูล เหมือนกับที่เราจะเห็นบรษัทเริ่มให้ความตื่นตัวกับเรื่อง Big data ข้อมูลในปัจจุบันนี้มีเยอะแยะมากมายไปหมด ทำให้ยากต่อการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ สำหรับ AI ก็จะมามีส่วนช่วยให้พนักงานขายมีประสิทธิภาพทำงานมากขึ้น 

  • ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า แม้จะมีเป็นจำนวนมากแต่สามารถทำได้เร็วและมีประสิทธิภาพต่อยอดไปยังการวางกลยุทธ์บริหารงานขาย 

  • ระบบจะมีการช่วยแนะนำโดยเรียนรู้จากดีลต่างๆที่เกิดขึ้นภายในทีมขาย ทำให้รู้ว่าจะจัดแบ่งระดับความสำคัญอย่างไร 

  • การทำ sales forecast จะเป็นไปได้ง่ายขึ้นเพราะว่าข้อมูลทุกอย่างถูกประมวลผลด้วย AI ทำให้รู้ได้คร่าวๆว่ายอดขายในไตรมาสหน้าจะเป็นอย่างไร และควรจะปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้ได้เป้าที่ต้องการ 

วันนี้ก็หวังว่าผู้อ่านจะได้รู้ถึงเทรนด์การขายที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกคร่าวๆแล้วนะครับ และก็เป็นแนวโน้มที่น่าจะเป็นเทรนด์ไปยาวๆ ถ้ามีอะไรน่าสนใจอัพเดทเกี่ยวกับการบริหารงานขาย จะเอามาเขียนลงกันให้อ่านอีกครับ ขอบคุณครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่ 
Blogwww.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm 

Venio กับความร่วมมือของ SME bank

หลังจากที่เราเพิ่งประกาศไปหมาดๆกับความร่วมมือกับทาง depa ที่ผู้ประกอบการ SME สามารถขึ้นทะเบียนเพื่อได้รับค่าสนับสนุน 10,000 บาทสำหรับการใช้งานโปรแกรมบริหารงานขาย Venio ถ้าหากยังไมได้อ่านข่าวประกาศของเรา อย่าพลาดกับโครงการดีๆ depa mini Transformation Voucher 

และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการกับความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพ SME ในไทย หนนี้ Venio มาพร้อมกับความร่วมมือกับ SME bank ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทย สำหรับ SME Bank ก็เป็นแบงค์ที่เกิดจากการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการช่วยเหลือและส่งเสริม SME ในไทย โดยให้บริการทั้งด้านการเงินและบริการอื่นๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจ SME ในไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อธุรกิจขนาดกลางและย่อมโดยเฉพาะเลยครับ

เพราะ Venio รู้ว่าโปรแกรม CRM ที่จะช่วยบริหารงานขายจำเป็นแค่ไหนในปัจจุบัน งานนี้ Venio เราก็ใจดีแจกโปรโมชั่นพิเศษให้กับผู้ประกอบการ SME ที่อยากจะพัฒนาศักยภาพในทีมขายและการดูแลลูกค้าแบบมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยการทำแคมเปญร่วมกับทาง SME bank เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจ SME มีโอกาสมากขึ้นในการหันมาใช้โปรแกรมในการบริหารงานขาย ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับคนที่สนใจในโครงการนี้ก็สามารถดาวโหลด application มาใช้งานได้บนทั้งสองระบบ และเลือก venio เพื่อดูโปรโมชั่นที่เราจัดร่วมกันได้เลยครับ

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.bzbs.sme 

iOS: https://apps.apple.com/th/app/sme-d-bank/id1421745803

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM  ได้ที่ 
Blogwww.veniocrm.com/blog 
Facebookwww.facebook.com/veniocrm 

แนะนำ!! ประเภทโปรแกรมธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่

สำหรับผู้ประกอบการแล้ว เมื่อเริ่มคิดตัดสินใจที่จะนำซอพต์แวร์เข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบงานในบริษัทแล้วนั้น ปัญหาต่อมาที่มักจะเจอก็คือเรื่องปวดหัวจากระบบต่างๆ ซึ่งมีเยอะแยะมากมายไปหมด ทำให้ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นที่ระบบไหนจึงจะดีที่สุด นอกจากนั้นแล้วหากไม่ใช่คนที่อยู่ในสายเทคโนโลยีก็ยิ่งทำให้ยากต่อการเข้าใจ ว่าแต่ละระบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้ Venio ก็จะมาแนะนำคร่าวๆให้ผู้อ่านรู้จักกับโปรแกรมระบบต่างๆครับ

โปรแกรม HR

สำหรับ HR ชื่อโปรแกรมนั้นก็บอกตรงๆอยู่แล้วว่าเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ฟีเจอร์หลักๆที่จะมีมาใน Application จำพวก HR ก็จะเป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลพนักงาน จะเน้นในเรื่องการบริหารงานบุคคลภายในบริษัทเท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังมีในเรื่องของการ track เวลาเข้าออกงาน หรืออาจมีการทำ check-in/checkout ง่ายๆได้

โปรแกรม ERP

สำหรับโปรแกรม ERP นั้นจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนขึ้นมา ERP นั้นย่อมาจากก Enterprise Resource Planning หลักๆแล้วก็เป็นการวางแผนการใช้ทรัพยากรทางธรกิจให้เกิดประโยชน์มากที่สุดนั่นเองครับ โดยจะเป็นการรวมงานหลักต่างๆในบริษัทให้มีความสัมพันธ์กัน

โปรแกรม CRM

โปรแกรม CRM ในยุคใหม่นั้นจะเป็นโปรแกรมที่เน้นในเรื่องการบริหารจัดการความสัมพันธืกับลูกค้า ซึ่งโดยหลักๆแล้วสิ่งที่ CRM มุ่งเน้นให้ความสนใจมากๆเลยคือกระบวนการจัดการบริหารงานขาย เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจคือลูกค้า CRM จะช่วยให้การบริหารจัดลูกค้าเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยมตั้งแต่ลูกค้าเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการติดตามลูกค้า

Venio

Venio เป็นระบบ CRM ระบบหนึ่งเช่นกัน แต่ความพิเศษคือ Venio มีการรวมเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขายมาให้ด้วย และนอกจากนี้ยังมีการรันบนมือถือแบบ Mobile native สิ่งที่มุ่งเน้นเป็นอย่างมากสำหรับ venio คือต้องเป็น CRM ที่ใช้งานได้จริง ใช้งานได้ง่ายเนื่องจากระบบ CRM ในปัจจุบันมักจะมีข้อจำกัดจากหน้าจอการใช้งานที่ยุ่งยาก เรียกได้ว่ามอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทั้งผู้ใช้งานและลูกค้าไปพร้อมๆกันครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM ได้ที่ 
Blog: www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm