Full Width Featured Image with Sidebar

เชื่อว่าทุกวันนี้ หลายบริษัทใช้ระบบหรือซอฟต์แวร์มากกว่า 1 ประเภท เพื่อช่วยบริหารจัดการงานให้เติบโตในระยะยาว ฟังดูเป็นเรื่องดีนะครับที่มีตัวช่วยมากมาย แต่บางครั้งการมีระบบหลายตัวแต่ไม่ทำงานเชื่อมต่อประสานกัน ก็เป็นปัญหาได้เหมือนกัน จะลองยกตัวอย่างระบบสำคัญที่ขาดไม่ได้ เช่นระบบ CRM และระบบบัญชี ละกันนะครับ

แน่นอน ระบบ CRM ช่วยบริษัทคุณบริหารจัดการงานที่อาจมองได้ว่าอยู่ "หน้าบ้าน" เช่น การขาย การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ส่วนระบบบัญชีก็มีหน้าที่ช่วยจัดการขั้นตอนต่างๆ ที่อยู่ "หลังบ้าน" เช่น ข้อมูลการสั่งซื้อของลูกค้า ข้อมูลการจัดส่ง การออกใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ จะเห็นได้ว่า 2 ระบบนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถสืบหาแหล่งที่มาของรายได้ ว่ามาจากดีลไหน แคมเปญไหนบ้าง

ทีนี้ลองจินตนาการดูว่า ถ้าบริษัทคุณมีทั้ง 2 ระบบ แต่ไม่ได้เชื่อมต่อให้ทำงานประสานกัน จะเสียเวลาแค่ไหนในการกรอกข้อมูล หรือคัดกรองข้อมูลไม่ให้ซ้ำซ้อน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาที่เสียไป หรือข้อมูลที่จัดเก็บไว้อย่างไม่เป็นระบบ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของทีมแน่นอน และอาจกระทบรายได้และการเติบโตของบริษัทในระยะยาวครับ

ดังนั้น มาดูกันดีกว่าครับว่าทำไมบริษัทคุณควรเชื่อมต่อระบบ CRM เข้ากับระบบบัญชี

1) รู้ภาพรวมข้อมูลลูกค้า

แน่นอน ถ้าระบบ CRM และระบบบัญชีเชื่อมต่อประสานกัน ข้อมูลทุกอย่างก็จะถูกจัดเก็บไว้ในที่เดียว ช่วยให้คุณมองเห็นภาพแบบ 360 องศา ในทุกมิติเกี่ยวกับลูกค้า งานขาย และรายได้ของบริษัทครับ

2) ประหยัดเวลาทำงาน

ถ้า 2 ระบบทำงานแยกกัน ทีมคุณคงต้องใช้เวลาอัพโหลดข้อมูลต่างๆ หรือสลับเปลี่ยนไปมาระหว่างระบบมากขึ้น ยิ่งถ้าบริษัทมีผลิตภัณฑ์หรือบริการจำนวนมาก ก็ใช้เวลามากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การเชื่อมต่อระบบจะช่วยให้คุณประหยัดเวลามากขึ้น เช่น เมื่อลูกค้าจ่ายค่าใบแจ้งหนี้ (invoice) ระบบที่เชื่อมต่อกันก็จะผูกข้อมูลใบแจ้งหนี้กับบัญชีที่ตรงกันในระบบ CRM โดยอัตโนมัตินั่นเองครับ

3) ลดโอกาสข้อมูลผิดพลาด

เมื่อ 2 ระบบเชื่อมต่อประสานกัน นั่นแปลว่าข้อมูลระหว่างระบบก็จะเชื่อมต่อและอัปเดตไปพร้อมๆ กัน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดข้อมูลผิดพลาดหรือช่องว่างระหว่างระบบ เมื่อทีมที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูข้อมูล ก็มั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลที่อัปเดตและสอดคล้องตรงกันทุกฝ่ายครับ

4) รู้แหล่งที่มาของรายได้

ระบบ CRM ที่เชื่อมต่อกับระบบบัญชี จะช่วยให้คุณสืบหาแหล่งที่มาของรายได้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งตรงนี้สำคัญต่อการเพิ่มยอดขายในระยะยาวมาก เพราะเมื่อมองเห็นได้ง่ายว่ารายได้มาจากดีลไหน จากบทสนทนาหรือการติดต่อแบบใด ก็ใช้ข้อมูลที่ได้เรียนรู้มาใช้ต่อยอดในการวางแผนงานขายได้อีกครับ

5) มอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า

จะดีไหม ถ้ารู้ว่าลูกค้าต้องการใบเสนอราคาหรือใบแจ้งหนี้เมื่อไหร่ ก็ส่งให้ได้ทันที? นี่คือตัวอย่างที่เห็นชัดครับ ว่าการเชื่อมต่อ 2 ระบบเข้าด้วยกันจะช่วยให้คุณรู้ปัญหาและความต้องการของลูกค้าดีขึ้น ซึ่งทำให้คุณแก้ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาส upsell/cross-sell ด้วยครับ

รู้อย่างนี้แล้ว เชื่อว่าถ้าบริษัทคุณมองหาระบบ CRM มาใช้งาน ก็จะนึกถึงระบบบัญชีควบคู่ไปด้วยกันนะครับ อย่าง Venio เองซึ่งเป็น CRM ช่วยงานทีมขาย ให้ทำงานง่าย เป็นระบบ และเป็นมืออาชีพมากขึ้น ก็ยังเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับ PEAK ระบบบัญชีออนไลน์ ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากกว่าเดิมด้วย เพราะเราเชื่อว่าระบบที่เชื่อมต่อ ทำงานสอดคล้องกัน จะช่วยให้ทีมทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาวครับ

แล้วบริษัทของคุณล่ะ ตัดสินใจได้หรือยังครับ? ถ้าสนใจอยากใช้ระบบ CRM ที่จะช่วยให้ทีมคุณบริหารจัดการงานขายได้ดียิ่งขึ้น ติดต่อ Venio มาสิครับ เรายินดีให้คำปรึกษา

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  
www.youtube.com/veniocrm


Tags

crm, บัญชี


บทความที่คุณอาจสนใจ

{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}
>