Sales funnel คืออะไร แล้วทำไมคุณถึงต้องรู้


สารบัญบทความ

ปกติถ้าพูดถึง Sales Funnel คนที่คุ้นเคยกับคำนี้เป็นพิเศษน่าจะเป็นกลุ่มคนทำการตลาดหรือโฆษณาออนไลน์นะครับ แต่รู้ไหมครับว่าแม้แต่ทีมขายที่ต้องออกไปพบปะลูกค้าโดยตรง การรู้ว่า Sales Funnel คืออะไร จะช่วยให้วางกลยุทธ์การขายได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น มาทำความรู้จัก Sales Funnel กันดีกว่าครับ พร้อมดูว่าทีมขายจะใช้ประโยชน์จาก Sales Funnel ได้อย่างไรบ้าง

Sales Funnel คืออะไร?

หลักๆ แล้ว เป้าหมายของงานขายคือการเปลี่ยนคนที่สนใจในสินค้าหรือบริการให้มาเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อจริงๆ แต่กว่าจะเปลี่ยนได้ก็ไม่ได้ราบรื่นนะครับ ต้องผ่านขั้นตอนย่อยๆ มากมาย ยิ่งในยุคนี้ ผู้บริโภคมีช่องทางให้รับข้อมูลข่าวสารมากมาย การจะตัดสินใจจะซื้ออะไรสักอย่างจึงซับซ้อนขึ้น และตรงนี้เองครับที่ Sales Funnel จะเข้ามามีบทบาทในการอธิบาย "กระบวนการตัดสินใจ" ของคนที่จะมาเป็นลูกค้าของเรา เพื่อให้ทีมขายได้เอาไปใช้วางแผนงานขายนั่นเอง

Sales funnel converting leads into customers

Sales Funnel เป็นโมเดลทางการตลาดที่เอาไว้ใช้อธิบายกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ถ้าดูจากคำศัพท์แล้ว Funnel แปลว่า "กรวย" ที่เราใช้กรองสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ออกไปจากของเหลวจนเหลือแต่ "น้ำสะอาด" นั่นแหละครับ และแนวคิดนี้เองเป็นที่มาของ Sales Funnel ซึ่งจะแบ่งเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคออกเป็นขั้นตอนต่างๆ แล้วคัดกรอง "คุณภาพ" ของผู้บริโภค ให้เหลือแต่ "ของดี" ในตอนท้าย โดยเริ่มจากการรับ "ผู้ที่สนใจ (Lead)" ในสินค้าหรือบริการเข้ามา เมื่อเวลาผ่านไปจึงขยับมาเป็น "ผู้ที่มีโอกาสซื้อ (Prospect)" และสุดท้าย ถ้ามีเงื่อนไขที่เหมาะสมมากพอ ก็สามารถเปลี่ยนเป็น "ลูกค้า (Customer)" ได้ในที่สุดครับ

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นักการตลาดได้พัฒนาโมเดลของ Sales Funnel ไว้หลายแบบ แต่วันนี้ จะมานำเสนอโมเดลที่เข้าใจง่ายและน่าจะเป็นประโยชน์กับทีมขายมากที่สุด โมเดลที่ว่าคือ "ToFu - MoFu - BoFu" ซึ่งแบ่ง Sales Funnel ออกเป็น 3 ขั้นตอน มาเจาะรายละเอียดไปทีละตอนกันเลยครับ

Sales funnel with each layer tofu mofu bofu

1) ToFu (Top of the Funnel)

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่านี่เป็นระดับบนสุดของ Sales Funnel นะครับ กลุ่มที่เข้ามาในขั้นตอนนี้คือกลุ่มคนที่เรียกว่า ผู้สนใจ (Lead) คือกลุ่มที่ยังไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลยหรือเพิ่งจะรู้จักคุณครั้งแรก เพิ่งเข้าเว็บคุณครั้งแรกหรือเห็นวิดีโอคอนเทนต์ของคุณครั้งแรก ฯลฯ ซึ่งในตอนนี้ พวกเขาอาจจะมี "ปัญหา" หรือความต้องการบางอย่างอยู่แล้ว และก็กำลังมองหา "วิธีแก้ปัญหา" ของเขาอยู่ครับ

เป้าหมายของทีมขาย: ภารกิจหลักเราคือทำให้คนที่ยังไม่รู้จักได้รับรู้และสนใจในสินค้าหรือบริการของเรา กลยุทธ์ในขั้นตอนนี้จึงเน้นการสร้าง Awareness เป็นหลักก่อน

ช่องทางที่สำคัญ: การทำการตลาดคอนเทนต์ การแนะนำต่อ การออกอีเวนต์ การทำ PR การทำ SEO การทำโฆษณาออนไลน์ ฯลฯ

คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์: บล็อกต่างๆ พอดแคสต์ บทความหรือคอนเทนต์พวก How-to ฯลฯ

ข้อควรระวัง: ไม่ควรพยายามขายมากในขั้นตอนนี้นะครับ แต่ควรเน้นการมอบสิ่งที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในชีวิต

2) MoFu (Middle of the Funnel)

หากโชคดี ผู้สนใจขยับมาอยู่ในขั้นตอนนี้ ซึ่งอยู่ตรงกลางของ Sales Funnel เราจะเรียกคนเหล่านั้นว่า ผู้มีโอกาสซื้อ (Prospect) ครับ หากเปรียบให้เห็นภาพชัดขึ้น ขั้นตอนนี้เหมือนกับการที่คุณได้รู้จักกับใครสักคนแล้ว และเริ่มเปิดเผยเรื่องราวต่อกันและกันมากขึ้นครับ

เป้าหมายของทีมขาย: กลยุทธ์ในขั้นตอนนี้จะเน้นการสร้าง Consideration ทำให้คนที่รู้จักแล้วหันมาพิจารณาสินค้าหรือบริการของเราจริงจังขึ้น แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ แต่ก็ถือว่ารับเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแล้วครับ เริ่มด้วยการทำให้พวกเขาตระหนักในปัญหาของพวกเขาว่าต้องแก้ไขแล้วนะ พร้อมเสนอว่าสินค้าหรือบริการของเราจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง ในขั้น MoFu นี้จะเริ่มสอดแทรกสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและราคาได้มากขึ้นครับ

ช่องทางที่สำคัญ: โฆษณาออนไลน์ อีเมล จดหมายข่าว

คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์: Case studies, e-books, คู่มือต่างๆ รายงานเจาะลึกข้อมูล บล็อกหรือคอนเทนต์รีวิวรายละเอียดสินค้าหรือบริการ หรืออีเมลที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เพื่อใช้สานสัมพันธ์เป็นระยะๆ (หรือที่เรียกว่าการ "ฟูมฟัก" หรือ Lead Nurturing นั่นเอง) ฯลฯ

ข้อควรระวัง: ไม่ควรกระตุ้นให้อีกฝ่ายซื้อเลยโดยที่เราไม่มอบอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนนะครับ ควรมอบคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและลงลึกในรายละเอียดมากกว่าในขั้น ToFu

3) BoFu (Bottom of the Funnel)

ถ้าคุณทำให้ผู้มีโอกาสซื้อลงมาจนถึง "กรวยชั้นล่าง" นี้ได้ ก็ใกล้ถึงเส้นชัยละครับ ในขั้นตอนนี้เราจะมุ่งปิดการขาย โดยทำให้กลุ่มเป้าหมายเราตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจากเรานั่นเอง

เป้าหมายของทีมขาย: ทำให้ผู้มีโอกาสซื้อได้รับความพึงพอใจจนอยากจะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ และสามารถกลับมาซื้อซ้ำอีกในอนาคต

คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์: VDO testimonial การให้ทดลองใช้สินค้าหรือบริการฟรี การให้ใช้งาน demo

ข้อควรระวัง: มาถึงจุดนี้ คือลูกค้าสนใจและน่าจะพร้อมจ่ายแล้วครับ ดังนั้น อย่าเสียเวลาเยิ่นเย้อกับรายละเอียดที่ไม่สำคัญ แต่จงติดต่อไปยังลูกค้าเพื่อเสนอให้ใช้สินค้าหรือบริการฟรี เพื่อกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็วที่สุดครับ

สรุปส่งท้าย

ถ้าทีมขายของคุณเข้าใจ Sales Funnel และเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภค จะทำให้วางแผนการนำเสนอสินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้นครับ ถ้าอ่านบทความนี้จบแล้ว อยากให้คุณลองทบทวนดูว่าคนที่คุณเรียกว่า "ลูกค้า" นั้น แท้จริงแล้วอยู่ในขั้นตอนไหนของ Sales Funnel กันแน่ และคุณจะมีการจัดการอย่างไรในแต่ละขั้นครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณกำลังมองหาโปรแกรมที่จะช่วยจัดการทีมขาย พร้อมยกระดับงานขายให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทุกวันนี้ก็มี CRM software ที่จะช่วยให้คุณจัดการทีมขายได้ง่ายขึ้น และยังช่วงให้แบ่งประเภทและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นขั้นตอนอีกด้วยครับ หากคุณพร้อมแล้ว Venio เรามีเปิดให้ทดลองใช้ CRM ฟรี 14 วัน ไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถลงทะเบียนได้เลยทันที 

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm


Tags

bofu, highlight, mofu, sales funnel, tofu


You may also like

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ
Success message!
Warning message!
Error message!