ตัวอย่าง OKR เพิ่มยอดขาย

4 ตัวอย่าง OKR เพิ่มยอดขายที่คุณใช้ได้จริง


สารบัญบทความ

ตัวอย่าง OKR เพิ่มยอดขายนั้นเป็นสิ่งที่ทีมขายจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญ เพราะอันที่จริงแล้วเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยให้นักขายมีความกระตือรือร้นและช่วยให้พวกเขามีแรงใจในการขาย แต่การตั้งเป้าหมายที่ไม่สมเหตุสมผลนั้นจะให้ผลตรงข้ามกัน พอเป็นแบบนี้ถ้าเราอยากจะเพิ่มยอดขายแต่ถ้าตั้งเป้าที่สูงเกินไปนักขายก็จะหมดแรงใจเอาได้ง่าย ๆ เพราะกระทบกับค่าคอม เครื่องมืออย่าง OKR เลยจะกลายมาเป็นอาวุธสำคัญในการทำให้นักขายกล้าตั้งเป้าหมายโดยที่ไม่กระทบกับค่าคอมมิชชั่น

รู้จักกับ OKR ของทีมขายกันสักนิด

ตอนนี้ผู้อ่านก็คงเกิดความสงสัยว่าแล้วเจ้า OKR มันคืออะไรกันแน่ ตัว OKR เองนั้นก็มาจาก Objectives and Key Results หรือก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการตั้งเป้าหมาย โดย OKR นั้นจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ ที่สำคัญ

  • Objective หรือเป้าหมายที่ทีมขายอยากจะไปให้ถึง
  • Key Results จะเป็นมาตรวัดหลักที่บอกว่าเราทำเป้าหมายได้สำเร็จแล้วหรือยัง
  • ระยะเวลา ทุกการตั้ง OKR จะต้องมีระยะเวลาว่าจะใช้เท่าไร โดยมากมักดูเป็นรายไตรมาสกัน

หากคุณยังไม่รู้จักกับ OKR แล้วล่ะก็ Venio เราขอแนะนำบทความ “มาทำความรู้จักกับ OKR กันเถอะ” ที่จะช่วยให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นและรู้ว่าจะต้องตั้งอย่างไร


ประโยชน์ของการตั้ง OKR เพื่อทีมขาย

การตั้ง OKR ให้กับทีมขายนั้นประโยชน์ที่ได้รับอย่างแรกเลยตรง ๆ  คือการที่เป้าหมายของทีมขายนั้นจะ align ไปกับสิ่งที่บริษัทต้องการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของ transparency ความอินในตัวเนื้องาน และในเรื่องของความรับผิดชอบของทีมด้วย เพราะ OKR นั้นมักจะเป็นสิ่งเรามักจะอยากทำเองไม่ได้เป็นสิ่งที่โดนสั่งให้ทำ นอกจากนั้นแล้วโดยทั่วไปตัว OKR จะไม่ถูกผูกติดกับระบบประเมินทำให้นักขายไม่รู้สึกกดดันถ้าอยากจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัว และส่งผลให้ทีมขายสามารถช่วยทำให้บริษัทเติบโตได้


ตัวอย่าง OKR เพิ่มยอดขายที่คุณเอาไปใช้ได้เลย

แม้ว่าทุก ๆ ธุรกิจจะมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรม กระบวนการทำงาน แต่โดยภาพรวมเมื่อพูดถึงงานขายนั้น แทบทุกบริษัทจะโฟกัสเรื่องคล้าย ๆ กันเช่นยอดขาย การเติบโตต่าง ๆ ทำให้ OKR ที่ทำนั้นมีความคล้ายคลึงกันจะแตกต่างกันที่รายละเอียดมากกว่า หากคุณยังนึกไม่ออก ลองเอาตัวอย่างจากทางเราไปปรับใช้ได้ทันที

1.Objective: เพิ่มยอดขายในไตรมาสนี้ 15%

KR1: สินค้า C มียอดขายไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท

KR2: upsell ลูกค้าเก่าได้อย่างน้อย 20% ของลูกค้าทั้งหมด

KR3: ค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ลดลง 3%

การตั้ง OKR ในรูปแบบนี้ถือว่าเป็นมาตรฐานทั่วไป โดย OKR ตัวนี้จะเป็นการตั้งเป้าหมายเพื่อช่วยให้ทีมขายมีแรงจูงใจในการตั้งเป้าที่ท้าทายตัวเองมากขึ้น โดยยังคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นต้นทุนในการหาลูกค้า หากคุณรู้สึกว่าทีมกำลังเนือย ๆ ขายแล้วไม่ได้ตรงตามเป้า ลองเอา OKR ตัวนี้มาใช้ดู อาจจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ทีมกลับมาดีขึ้นได้อีกครั้งก็เป็นได้

2.Objective: สร้าง partner ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านการแนะนำ

KR1: สร้างระบบการขายผ่าย partner ให้ได้ 100%

KR2: ปิด partner ได้อย่างน้อย 10 ราย

KR3: Partner มี contribution กับยอดขาย 5%

ขายของด้วยตัวเองยังไงก็คงไม่ดีเท่ากับการที่มีคนมาช่วยขาย Partner ที่ดีนั้นจะช่วยให้การขายนั้นเพิ่มยอดได้ง่ายมากขึ้น การตั้งเป้าหมายในรูปแบบนี้จะช่วยให้ทีมมีโฟกัสเพิ่มนอกจากเหนือไปจากการทำยอดจากตัวเองเพียงอย่างเดียว

3.Objective: เพิ่มประสิทธิภาพของทีมขาย

KR1: นักขายในทีมสอบได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 90 คะแนนสำหรับ sales training

KR2: ลดเวลาของกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายลง 10%

KR3: แต่ละคนมี activities ด้านการขายไม่ต่ำกว่า 4 กิจกรรมต่อวัน

เราทุกคนรู้กันดีว่าเซลล์ที่มีกิจกรรมการขายเยอะ ย่อมมีโอกาสที่จะปิดดีลการขายได้เยอะมากกว่า เลือก OKR ประเภทนี้ถ้าคุณอยากเพิ่มประสิทธิภาพของทีมขายแบบเร่งด่วนด้วยการปรับปรุงกระบวนการขายงานที่ทำให้พวกเขาเข้าใจเรื่องความสำคัญของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายมากขึ้น OKR ตัวนี้ยังจะช่วยลดสิ่งที่พวกเขาไม่ควรโฟกัสเช่นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการขายต่าง ๆ อีกด้วย

4.Objective: ใช้ tool ในการจัดการงานขายแบบจริงจัง

KR1: ทำให้ admin process ด้านการขาย 3 อย่างเป็นระบบอัตโนมัติ

KR2: ทุกสถานะลูกค้ามีการอัปเดตเข้าบนระบบภายในวันที่เข้าพบ

KR3: ไปปไลน์งานขายต้องมากกว่า sales target 50%

และหากทุกวันนี้องค์กรคุณยังไม่ได้มีระบบจัดการทีมขายที่ดีแล้วล่ะก็ การเริ่มต้นใช้ OKR ที่เกี่ยวข้องกับการเอา tool มาจัดการงานขาย เพื่อ transform ทีมขายเป็นงานสำคัญที่คุณอยากจะทำแต่ไม่มีเวลาแล้ว ลองใช้ OKR นี้ได้เลย เพราะทุก KR ที่ใช้วัดผลจะทำให้สำเร็จได้นั้น ต้องได้รับการร่วมมือแบบจริงจังเลย

หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้จนจบทุกท่านที่กำลังมองหาวิธีการตั้ง OKR ให้กับทีมขาย คงจะได้ไอเดียในการตั้ง OKR กันกลับไปไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่า OKR กับการประเมินและการให้ผลตอบแทนนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าตั้ง OKR โดยมีเรื่องยอดขายเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น การคิดค่าคอมมิชชั่นก็ต้องแยกออกไปจาก OKR ตัวนั้น ๆ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการนำเอา OKR มาใช้กับทีมขาย

ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  
www.youtube.com/veniocrm


Tags

okr เพิ่มยอดขาย, ตัวอย่าง OKR เพิ่มยอดขาย


You may also like

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ
Success message!
Warning message!
Error message!