customer journey

Customer journey ศัพท์ใหม่ที่นักขายทุกคนต้องรู้


สารบัญบทความ

Customer journey คำศัพท์ที่เริ่มมามีบทบาทมากขึ้นสำหรับนักขายและนักการตลาดในปัจจุบันนี้ และต้องบอกว่าโลกการแข่งขันตอนนี้การรู้จักกับ customer journey จะช่วยให้คุณได้เปรียบคู่แข่ง แต่เชื่อหรือไม่ว่านักขาย นักการตลาด และผู้บริหารจำนวนมากมุ่งเน้นพัฒนาในเรื่องต่างๆมากมาย แต่กลับลืมสิ่งจำเป็นที่สุดนั่นก็คือลูกค้านั่นเอง ซึ่ง concept ของ customer journey นั้นแท้จริงแล้วเรียบง่ายสุดๆเพราะคือเรื่องราวและการทำความเข้าใจเกี่ยวกับลูกค้า และวันนี้หากคุณยังไม่รู้จักกับ customer journey แล้วล่ะก็ ไม่เป็นไรเพราะเราได้เตรียมบทความที่จะทำให้คุณเข้าใจทุกซอกทุกมุมเรียบร้อยแล้ว

Customer journey คืออะไร?

Customer journey หากแปลกันตรงตัวแล้วล่ะก็ก็คือเส้นทางการเดินทางของผู้บริโภคหรือลูกค้านั่นเอง อ่านถึงตรงนี้สำหรับนักการตลาดคงจะพอคุ้นๆกันบ้างแล้ว เพราะในวิชา consumer behavior เราจะได้เรียนในสิ่งที่มีความคล้ายคลึงกันอย่าง consumer decision process มาก่อน แต่สำหรับ customer journey แล้วมันมีรายละเอียดมากกว่ามาก เพราะคือการเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ต่างๆที่ลูกค้าของคุณจะได้พบเจอเมื่อติดต่อกับ brand ของคุณ เข้ากับข้อมูลที่มีอยู่ และสร้างออกมาเป็น template เป็นเรื่องราวที่ลูกค้าจะได้พบเจอในเหตุการณ์นั้นๆ

อ่านแล้วเริ่มรู้สึกว่าไม่ง่ายเหมือนกับที่บอกไว้ตอนแรกแล้วใช่ไหมครับ ถึงตรงนี้ผู้อ่านคงเริ่มมีคำถามว่าแล้วจะทำได้อย่างไรกัน เราจะรู้พฤติกรรมของลูกค้าเมื่อเข้าร้านหรือเข้าเว็บไซต์ได้อย่างไร โชคดีที่ด้วยการมาของเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้การจัดการตรงนี้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะคุณสามารถใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลพวกนี้ คำถามสำคัญข้อแรกที่คุณต้องถามตัวเองก็คือ “เราในฐานะของ brand จะทำอย่างไรที่จะมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และตรงกับความคาดหวังของพวกเขาที่สุด” และนั่นจึงเป็นที่มาของสิ่งที่เราอยากจะแนะนำให้รู้จักอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ customer journey map

ทำความรู้จักกับ Customer journey map กันต่อ

Customer journey map ก็คือการเอาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ customer journey มาแสดงในรูปแบบรูปภาพ ไดอะแกรม หรืออะไรต่างๆที่ช่วยให้ทำความเข้าใจกับแต่ละเรื่องราวได้ง่ายขึ้น ทำให้เห็นว่าก่อนที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าจากเรานั้นเค้าจะต้องพบเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง หลังจากซื้อเสร็จแล้วจะเกิดอะไรขึ้นอีก ซึ่งจะช่วยให้เราเห็น touchpoints ทั้งหมดที่มีกับลูกค้าได้นั่นเอง ไม่ว่าลูกค้านั้นจะติดต่อผ่านมาช่องทางไหนก็ตาม เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย อีเมล live chat การที่เราทำการ mapping customer journey จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่เข้ามาในทุกๆช่องทางจะได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

สำหรับการทำ customer journey map นั้น โดยปกติแล้วจะเริ่มต้นจากการที่เราต้องสวมบทบาทของลูกค้าก่อน ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจกระบวนคิด และได้ข้อมูลเชิงลึกต่างๆมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น pain point ต่างๆ เพื่อที่เราจะนำปรับปรุงการให้บริการได้ง่ายขึ้น หลังจากเราเข้าใจลูกค้าแล้ว จึงเริ่มทำด้วยการ

  • วางจุดประสงค์ก่อนว่าเราต้องการให้ลูกค้าได้รับอะไรจากแบรนด์เรากลับไป
  • ลิสท์ถึงช่องทางทั้งหมด (touchpoint) ที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับบริษัทเราได้ เว็บไซต์ Facebook, LINE, ติดต่อกับทีมขายโดยตรง ขั้นตอนนี้พยายามระดมคนจากหลายๆหน่วยงานเพื่อที่เราจะได้มั่นใจได้ว่าเราได้ลิสท์มาครบหมดแล้วจริง
  • ทำความเข้าใจกับ user persona ต่างๆ และ mapping เข้ากับแต่ละ touchpoint ที่ลิสท์ไว้ในขั้นตอนก่อน เช่น  เด็กในเจน Z อาจจะชอบค้นหาข้อมูลแบรนด์คุณผ่านทาง social media บนมือถือ ก่อนที่จะไปดูสินค้าจริงที่บ้าน และสุดท้ายกลับมาสั่งซื้อผ่านคอมพิวเตอร์
  • ร่าง journey map อย่างละเอียดที่บอกให้ทราบว่าในแต่ละ touchpoint จะเกิดอะไรขึ้น และลูกค้าคาดหวังอะไรจากขั้นตอนนี้ ลูกค้าจะมี action อย่างไร และ brand สินค้าเราต้องมีการตอบสนองต่อลูกค้าอย่างไรบ้าง

ความสำคัญของ customer journey map

หลังจากได้เข้าใจถึงขั้นตอนในการทำ customer journey map แล้ว ทุกท่านคงจะพอเห็นภาพแล้วว่าในระหว่างขั้นตอนการทำนั้น ได้ทำให้บริษัทมีโอกาสหันกลับมาทบทวน และวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างจริงจัง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เข้าใจลูกค้า และ sales process ที่เกิดขึ้นได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในเรื่องของ

  • ผู้บริหารและองค์กรมาโฟกัสที่ลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง
  • ช่วยเพิ่มจำนวน lead หรือผู้สนใจในผลิตภัณฑ์จากขั้นตอนที่เตรียมอย่างเป็นระบบ
  • เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ส่งผลต่อการวางกลยุทธ์
  • มีมาตรวัดในการเทียบระหว่างประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

จะเห็นได้ว่าการทำ customer journey map นั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงจะไม่พ้นในเรื่องของการเข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น และเมื่อเราเข้าใจลูกค้ามากขึ้นเท่าไรนั่นหมายความว่าลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจใช้บริการกับคุณมากขึ้นเท่านั้น

สรุป

Customer journey จึงไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่นักการตลาดต้องรู้เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป เพราะการที่เราจะกำหนดเรื่องราวที่ดีให้กับลูกค้าได้นั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย และนักขายซึ่งเป็นคนที่มี touchpoint ร่วมกับลูกค้ามากที่สุดจึงถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญมากๆ การที่ทุกๆทีมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ customer journey ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ติดตาม เกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  
www.youtube.com/veniocrm


Tags

Customer journey, customer journey map, touchpoint


You may also like

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

งานบริการลูกค้า มีกี่แบบ และวิธีทำให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ

รู้จัก Case Management ระบบจัดการเคส เพื่อยกระดับการบริการ
Success message!
Warning message!
Error message!