ถอดสูตรความสำเร็จ Payso
  • หน้าหลัก
  • >
  • บทความ
  • >
  • ถอดสูตรความสำเร็จ Payso ทรานส์ฟอร์มงานขายด้วย Venio CRM จนยอดขายโต 100%

ถอดสูตรความสำเร็จ Payso ทรานส์ฟอร์มงานขายด้วย Venio CRM จนยอดขายโต 100%


สารบัญบทความ

หากเอ่ยถึงผู้ให้บริการระบบชำระเงิน (Payment Gateway) ชั้นนำของประเทศไทยในชั่วโมงนี้ ชื่อของ Payso คือหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุด โดยPayso เริ่มต้นก้าวแรกจากการเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพฟินเทคไฟแรง ที่มุ่งมั่นพัฒนาระบบการชำระเงินเพื่อเจาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ด้วยการสั่งสมประสบการณ์และความเชื่อมั่นมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา Payso ได้สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ระบบหลังบ้านได้รับการพัฒนาจนเสถียรขั้นสูง และพร้อมแล้วที่จะขยับสเกลขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ 

ปัจจุบัน Payso ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบรับชำระเงินธรรมดา แต่เป็น Ecosystem ทางการเงินที่ครบวงจร มีบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องรูดบัตร , ระบบการจ่ายเงินออนไลน์ , ระบบ Pay-in / Payout ไปจนถึงระบบการจัดการจ่ายเงินแบบสมัครสมาชิก (Subscription) ที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร 

เขียนโปรแกรม CRM เอง แต่กลับไม่ตอบโจทย์งานขาย

ภายใต้กราฟการเติบโตที่พุ่งทะยาน Payso กลับต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบหลังบ้าน ซึ่งเป็นกับดักที่สตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีหลายองค์กรมักจะติดหล่ม โดยในยุคเริ่มต้น Payso เลือกที่จะเขียนโปรแกรมระบบ CRM ขึ้นมาใช้งานกันเองภายในทีม แต่เมื่อธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว สมการนี้เริ่มใช้ไม่ได้ผล ปัญหาแรกคือ การสูญเสียโฟกัส ซึ่งทีมไอทีที่ควรจะมีเวลาเต็มที่ในการพัฒนา Core Product หลักของบริษัท กลับต้องแบ่งวลามาคอยดูแลและซ่อมแซมระบบ CRM ที่เขียนขึ้นเอง ประกอบกับกำลังคนที่มีจำกัด ทำให้เกิดภาวะตึงตัว

ปัญหาที่สองคือ ฝ่ายบริหารไม่สามารถมองเห็นภาพรวม การทำงานของทีมขายได้เลย ไม่รู้ว่าเซลส์ติดต่อลูกค้าไปหรือยัง สเตตัสของดีลเป็นอย่างไร ติดต่อนัดหมายสำเร็จไหม ทำให้ไม่สามารถฟีดแบ็กหรือนำ Data มาวิเคราะห์กลยุทธ์ได้เลย และปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยความที่ Payso เป็นธุรกิจฟินเทค ข้อมูลทุกอย่างจึงมีความละเอียดอ่อนและสำคัญมาก ไม่มี User Management ที่ชัดเจน ความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลจึงเป็นสิ่งที่ Payso ให้ความกังวลเป็นอย่างมาก

เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายและระบบเริ่มส่งสัญญาณรับมือไม่ไหว Payso จึงตัดสินใจหยุดเดินหน้าต่อกับระบบทำเอง แล้วออกตามหาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในตลาด 

จุดเริ่มต้นร่วมกับ Venio: สมการ 3 แกน และโจทย์ที่ท้าทาย

Venio ร่วมงาน Payso

การเลือกระบบ CRM ของ Payso เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน แต่ทาง Venio ได้ทำการวิเคราะห์ Business Requirement กับ Payso อย่างเข้มข้น และทาง Payso เองก็มีการเปรียบเทียบผู้ให้บริการหลากหลายเจ้าในตลาด จนกระทั่งมาลงตัวที่ Venio ซึ่งเป็น Sales CRM ที่ตอบโจทย์ธุรกิจรูปแบบ B2B ได้ตรงจุดที่สุด โดย Payso ใช้หลักคิดในการเลือกผ่าน 3 แกนสำคัญ คือ:

User : ระบบต้องถูกใจเซลส์ซึ่งเป็นผู้ใช้งานหลัก หน้าตาสวยงาม ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะ Payso เชื่อว่าถ้าระบบใช้ยากแล้วคนทำงานไม่ยอมใช้ เม็ดเงินที่ลงทุนไปก็จะสูญเปล่า

Business : โมเดลธุรกิจของ Payso มีความพิเศษตรงที่คิดรายได้ตาม Transaction ไม่ใช่การขายสินค้าเป็นชิ้นเหมือนธุรกิจทั่วไป ระบบ CRM ที่เลือกมาจึงต้องมีความยืดหยุ่นสูง และต้องมี Open API เพื่อรองรับการปรับแต่งและการเชื่อมต่อระบบอย่างอิสระ

Commercial : ทีมบริหารและทีมการตลาดต้องการเห็น Sales Pipeline ที่ชัดเจน สามารถดึงข้อมูลที่หลากหลายออกมาวิเคราะห์เพื่อใช้วางกลยุทธ์เชิงรุกได้ 

สิ่งที่ทำให้ Payso ประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นไม่ใช่แค่ตัวซอฟต์แวร์ แต่เป็นความเป็นมืออาชีพของทีมงาน Venio ที่ก้าวเข้ามานั่งเคียงข้าง ศึกษาหน้างานและกระบวนการทำงานจริงของ Payso แล้วค่อย ๆ ปรับแต่ง Sales Pipeline ให้ยืดหยุ่นและเข้ากับโมเดลธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้งานแล้วเจอหน้างานที่ต้องปรับเปลี่ยน ทีม Venio ก็พร้อมเข้ามาเก็บ Requirement และนำไปพัฒนาแก้ไขให้อย่างรวดเร็วทันใจ 

ทรานส์ฟอร์มระบบขาย: จัดระเบียบ Data ผ่าน 3 Deal Boards และ Open API

คุณรัตน์สุดา Head of Marketing ของ Payso

หลังจากจับมือร่วมกับ Venio ระบบการทำงานของทีมขาย Payso ก็ถูกปฏิวัติใหม่ให้มีประสิทธิภาพและทรงพลังยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบฟังก์ชันสำคัญ 3 ส่วนหลัก ๆ คือ: 

  • การแยก 3 ดีลบอร์ด ปัจจุบัน Payso มีทีมขาย 2 ทีมคือ ทีมหาลูกค้าใหม่ และทีมดูแล Key Account เก่า ทาง Venio จึงได้เข้ามาจัดการแยกบอร์ดบริหารงานขายออกเป็น 3 บอร์ดชัดเจน ได้แก่ บอร์ดสำหรับลูกค้าใหม่, บอร์ดสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และบอร์ดแยกตามกลุ่ม Product Line อื่น ๆ การแยกส่วนนี้ช่วยให้ Payso สามารถทำ Personalized Marketing ได้อย่างแม่นยำด้วยการติดแท็กข้อมูล 
  • Open API : ซึ่งถือเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจเลือก Venio ระบบนี้สามารถเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจาก Venio ขึ้นไปแสดงผลบน Looker Studio ทำให้ฝ่ายบริหารมองเห็น Data ภาพรวมขององค์กรได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเก็บ Log การโทรศัพท์ของเซลส์ได้โดยตรง ทำให้ทีมขายไม่ต้องเสียเวลาทำงานซ้ำซ้อน 
  • แชท All-in-one: เมื่อลูกค้าทักแชทเข้ามา ทีม Customer Service สามารถเปิดลีด และส่งต่อข้อมูลให้ทีมขายได้ทันทีในแพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ต้องสลับหน้าจอข้ามไปมา ทุกอย่างร้อยเรียงอยู่บน Sales Pipeline เดียวกันอย่างสมบูรณ์

ในมุมของทีมขาย จากที่เคยมีความกังวลในช่วงแรกว่าจะต้องกรอกข้อมูลเยอะ แต่เมื่อได้ใช้งานจริง ระบบกลับช่วยให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้นมาก มีการบันทึกประวัติการพูดคุยและ Log การโทรไว้อย่างละเอียด เซลส์ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำไปมา และหากมีเซลส์คนใหม่เข้ามารับช่วงต่อ ก็สามารถเปิดดูข้อมูลย้อนหลังได้ทันทีว่าเซลส์คนก่อนหน้าคุยอะไรไว้ การทำงานจึงราบรื่น ไร้รอยต่อ และทีมขายใช้เวลาเรียนรู้ปรับตัวกับระบบที่เรียบง่ายนี้เพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานไปโดยปริยาย 

ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ: ยอดขายเติบโต 100% ลูกค้าพุ่ง 66%

เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการ Data ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่สะท้อนกลับมาสู่ Payso จึงไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่คือตัวเลขอันน่าทึ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน จากในอดีตที่ระบบเดิมไม่มี Sales Pipeline ที่ดี ทำให้มองไม่เห็นว่าลูกค้าไหลเข้ามาเท่าไหร่ และเปลี่ยนเป็นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน ส่งผลให้มีลูกค้าตกหล่นระหว่างทางอยู่เสมอ แต่ Venio เข้ามาปิดจุดอ่อนนี้อย่างถาวร ทำให้เห็นสถานะทั้งหมดอย่างชัดเจนหลังส่งใบเสนอราคา มีระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะคอยเตือนไม่ให้ลืมโทรติดตามลูกค้า

นอกจากนี้ การมีบอร์ดติดตามลูกค้าปัจจุบัน ทำให้ทีม Key Account สามารถสานสัมพันธ์และเข้าไปดูแลลูกค้าเก่าได้อย่างถูกจังหวะเวลา เมื่อข้อมูลแม่นยำ ทีมหาลูกค้าใหม่ก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทีมดูแลลูกค้าเก่าก็ทำงานได้ดีเยี่ยม ส่งผลให้ยอดขายของ Payso เติบโตขึ้นถึง 100% และฐานลูกค้า (Merchant) ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 66%

บทสรุปและข้อคิดจากผู้บริหาร: ทำสิ่งที่เชี่ยวชาญ... ฝากระบบไว้กับคนที่ไว้ใจได้

ประสบการณ์ตรงของ Payso ได้ถูกกลั่นออกมาเป็นแง่คิดและคำแนะนำที่ทรงคุณค่า สำหรับองค์กรหรือธุรกิจอื่น ๆ ที่กำลังมองหาโปรแกรม CRM หรือกำลังลังเลว่าควรจะเขียนระบบขึ้นมาใช้เองดีหรือไม่ โดย คุณรัตน์สุดา สำราญทรัพย์ Senior Marketing Manager จาก Payso ได้ฝากแง่คิดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า... 

หากองค์กรไหนที่กำลังมองหาโปรแกรม CRM แล้วมองว่า ใช้ AI ทำเอง หรือเขียนขึ้นมาเองดีกว่า จะบอกว่า... เอาเวลาไปเขียน AI หรือเอาเวลาไปทำ Product  ของคุณให้ดีที่สุด เพราะถึงเวลาที่ธุรกิจเติบโตจริง ๆ เราจะไม่มีเวลามานั่งดูแลทั้งระบบไอทีหลังบ้านและโฟกัส Product ของเราไปพร้อมกันได้เลย ฝากเรื่องระบบนี้ไว้กับคนที่ไว้ใจได้ดีกว่า และ Venio ก็มีระบบที่ Seamless มาก 
 

 เพราะสิ่งที่ Payso ได้รับจาก Venio ไม่ใช่แค่ระบบ CRM ที่ใช้เก็บข้อมูล แต่คือระบบการทำงานที่ครบวงจร ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกค้าทักแชทหรือโทรเข้ามา ข้อมูลจะไหลผ่านทุกสเต็ปบน Sales Pipeline อย่างชัดเจน จนเปลี่ยนมาเป็นลูกค้า และดูแลให้เป็นลูกค้าที่อยู่กับองค์กรไปยาว ๆ ด้วยระบบ Relationship Management ที่แข็งแกร่ง สำหรับองค์กรใดที่กำลังเผชิญปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย และต้องการเห็นภาพรวมกระบวนการขายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Data อย่างแท้จริง Venio CRM คือคำตอบที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจของคุณได้อย่างแน่นอน 

ติดตามเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  
www.youtube.com/veniocrm


Tags

sales


You may also like

>
Success message!
Warning message!
Error message!