Customer centric กับเทรนด์ที่ต้องจับตามอง

นอกจากการออกแบบและทำสินค้าหรือบริการให้ออกมายอดเยี่ยมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงนั้นคือ end user หรือลูกค้านั้นเอง ด้วยเหตุที่ว่าการดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ การแข่งขันนั้นสูงมากๆ สินค้าและบริการก็มีให้เลือกหลากหลาย ตัวเลือกในการประกอบการตัดสินใจ ทั้งยี่ห้อ รุ่น รูปแบบ ทำให้ลูกค้านั้นมีโอกาสในการที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตลอดเวลา ไหนจะการร้องเรียนของลูกค้าที่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงผ่านโซเชียลมีเดีย หากองค์กรบริหารการทำงานและบริหารทีมขายแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) ปัญหาเหล่าก็จะหมดไป


เรามาดูกันว่าการบริหารงานแบบ customer centric (ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง) นั้นคืออะไร?

Customer centric นั้นจะแตกต่างจาก Product centric ที่มุ่งเน้นในการสรรสร้างและผลิตสินค้าและบริการ customer centric จึงเปรียบเสมือนการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีแนวคิดการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดีที่สุด มีความรู้ความเข้าใจว่าลูกค้าของเราเป็นอย่างไร ต้องการอะไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นการตอบโจทย์ของลูกค้ามากกว่ายอดขาย เพราะการที่ลูกค้ายิ่งชอบองค์กรมากเท่าไร จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นนั้นเอง พนักงานทั้งบริษัทตั้งแต่เด็กฝึกงานไปยันผู้บริหารล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง และมีความรู้ความเข้าใจ มีการวางแผนที่เป็นหนึ่งเดียวในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงานแต่ละคนไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำงานให้เสร็จไปวันๆ แต่ยังสามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ตัวเค้าเองนั้นรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษด้วย


รู้จักลูกค้าให้ลึกมากขึ้น การเข้าพบลูกค้าบ่อยๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีเพื่อรับฟังข้อแนะนำหรือปัญหาจาการใช้งาน มีเวลาเข้าพบลูกค้าอยู่ทุกระยะ เหมือนแสดงเจตจำนงว่าอยากพบลูกค้าให้มากที่สุด พูดคุยสอบถามเพื่อให้ลูกค้าบอกความต้องการ ฟังอย่างตั้งใจ และเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง นี่คือแนวทางการรู้จัก เพราะหัวใจสำคัญคือการเน้นสร้างความสัมพันธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากมีโปรแกรมบริหารงานขายที่ดีเอาไว้คอยช่วยทีมขายทำงานจะดีมาก การทำงานด้วยวิธีแบบเก่าอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการเก็บข้อมูลที่แม่นยำมากนัก เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ก็เป็นตัวช่วยที่ดีในเวลานี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นโปรแกรม crm จึงจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเก็บข้อมูล วางแผนเข้าพบลูกค้า แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของลูกค้า และนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์เพื่อตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็วนั้นเอง


สรุปได้ว่าการสร้างประสบการณ์ที่ดี (customer experience) ให้กับลูกค้านั้นคือตัวการสำคัญ โดยใช้มีแนวคิด การจัดการ การบริหารแบบลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) เป็นที่ปรึกษาคอยแนะนำสิ่งต่างๆ มุ่งเน้นที่จะนำเสนอประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และเพิ่มยอดขายในที่สุด    

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

เคล็ดไม่ลับสำหรับปิดดีล

ทักษะการเจรจาเป็นเทคนิคที่สำคัญมากที่จะช่วยให้งานด้านการขายเป็นไปได้อย่างที่ใจหวัง การเจรจาที่ดีย่อมเป็นบ่อเกิดแห่งความ "น่าเชื่อถือ"และ "ปิดการขาย"มาลองปรับเปลี่ยนมุมมองของทีมขายและจัดระบบทีมขายให้มั่นใจว่าทีมขายของคุณมีทักษะเหล่านี้ เพื่อเป็นนักเจรจาที่สามารถปิดการขายได้ทุกดีลอย่างมืออาชีพ  

การเอาชนะ  

ความล้มเหลวในการเจรจาอาจเกิดขึ้นได้หากทั้งสองฝ่ายคิดว่าการเจรจาเป็นการเกมการต่อสู้ที่ไม่มีบทสรุปร่วมกัน มีแต่ผู้ชนะและผู้แพ้ การเจรจาระหว่างลูกค้านั้นควรถือเป็นโอกาสสำหรับการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เปลี่ยนการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามให้เป็นการร่วมแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน การต่อรองจึงเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายในการแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดต่อทุกฝ่ายนั่นเอง 

อย่าปล่อยอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล 

เป็นเรื่องง่ายการเจรจาที่ยาวนานที่มองไม่เห็นเป้าหมาย ทำให้อารมณ์เริ่มร้อนและไม่มีเหตุผล หากคุณเริ่มได้ยินเสียงการเต้นของชีพจรที่หู บางครั้งการพักเจรจาเป็นเรื่องที่ดี เวลาประมาน 15 นาทีอาจเป็นเปิดโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายในการปรับเปลี่ยนอารมณ์และความคิดใหม่ว่าที่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังต้องการสิ่งไหนกันแน่  

เป็นนักฟังที่ดี  

สำหรับทีมขายหรือนักเจรจาไม่ใช่แค่เพียงทักษะการพูดที่จำเป็นต้องมี แต่ยังต้องมีทักษะการฟังที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมขายบรรลุเป้าหมายได้ ทักษะการฟังที่ดีนั้นต้องเป็นผู้ฟังที่เข้าใจถึงความหมายที่ผู้พูดสื่อออกมาได้อย่างแท้จริง การสังเกตลักษณะท่าทาง การใช้คำพูดและโทนเสียง ก็เช่นกัน ดังสุภาษิตว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง  

รู้จุดแข็งของตัวเอง 

คุณต้องรู้จักตัวเองหรือสินค้ามากพอที่จะมองเห็นประโยชน์ของมันในปรับใช้ในการเจรจา ของแต่ละอย่างหรือคนแต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกันไป เมื่อเราเป็นนักฟังที่ดี เข้าใจถึงปัญาอย่างแท้จริงแล้ว การนำจุดแข็งมาปรับใช้กับปัญหาในการจรจาจึงส่งมีผลกระทบต่อผลของการเจรจาของแต่ละคนออกมาแตกต่างกันนั่นเอง  

มีเป้าหมาย  

สิ่งสำคัญสิ่งสุดท้ายในการเจรจาก็คือ เป้าหมาย บางครั้งการเจรจาที่ยาวนานอาจจะทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคหรือแผนเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นและจุดแข็งของเรา  ส่งผลให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ของคุณของคุณคลาดเคลื่อนโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้ผลเจรจาใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวคุณต้องการมากที่สุด ในระหว่างการเจรจาต้องคำนึงถึงเป้าหมายของเราอยู่เสมอ  


ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

5 วิธีก้าวข้ามอุปสรรคในงานขาย

สำหรับนักขายหลายๆท่านเมื่อพูดถึงเรื่องอุปสรรคสำหรับการขายที่เคยเจอมา เชื่อได้เลยว่าคงไม่พ้นเรื่องการบริหารจัดการเวลาอย่างแน่นอน วันนี้เราได้รวบรวมฟีดแบ็คจากเซลล์หลายๆท่านที่เราไปเจอ และบทความในอาทิตย์นี้เราก็จะมาคุยในเรื่องของอุปสรรคที่นักขายมักจะต้องเจอ และวิธีที่จะช่วยก้าวข้ามผ่านมันและทำให้เรากลายเป็นสุดยอดนักขาย 

การจัดการเวลา

ปัญหาที่นักขายจำนวนมากเจอเลยคือการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำอย่างนี้ครับให้คิดเสมอว่ายิ่งเราทุ่มเทให้กับการขายมากเท่าไรนั่นคือโอกาสที่มามากขึ้น และนั่นหมายถึงการต้องทำการบ้านก่อน เช่นก่อนไปพบลูกค้า หลังพบลูกค้า จะติดตามดีลกันอย่างไร ซึ่งตรงจุดนี้โปรแกรม CRM จะเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ช่วยที่สำคัญมากๆ แต่หากยังไม่มีงบตรงส่วนนี้ก็อาจจะเริ่มใช้ Excel ไปก่อนก็ได้

การถูกปฎิเสธ

เซลล์ร้อยทั้งร้อยรับรองว่าต้องเคยถูกปฎิเสธกันมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการไปตกลงสั่งซื้อกับเจ้าอื่นแทนทั้งๆที่เหมือนจะปิดดีลได้แล้ว หรือบางครั้งโดนปฎิเสธตั้งแต่ขั้นตอนการขอเข้าพบลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับนักขายแล้วจะเป็นอะไรที่เฟลสุดๆ แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆด้วยการทำนัดหมายเยอะๆ พยายามเข้าพบเสนอขายลูกค้าบ่อยๆ เป็นเหมือนการฝึกให้เราชินกับการขายนั่นเอง

บางครั้งคุณรู้มากเกินไป

คำว่ารู้มากในที่นี้คือคุณรู้โปรดัคส์ตัวเองอย่างท่องแท้ทั้งในทั้งนอก คุณรู้ทุกผลิตภัณฑ์ที่มีบนท้องตลาด คุณรู้ถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ตนเอง ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่สำหรับพนักงานขายบางคนกลับกลายมาเป็นหอกที่ทิ่มแทงตัวเอง เพราะเมื่อมีการพูดคุยกับลูกค้าแล้วรู้ว่าเค้ากำลังเปรียบเทียบกับเจ้าไหนอยู่ ทำให้เกิด Mindset ที่ว่าเราต้องสู้ไม่ได้แล้วแน่ๆเลย อันที่จริงแล้วการขายในปัจจุบันนี้ไม่ได้แพ้ชนะกันที่โปรดัคส์ทั้งหมดอีกต่อไป เพราะ Customer centric มากขึ้น และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคุณควรใช้โปรแกรม CRM เพื่อการดูแลลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

ายไม่ได้สักที

เซลล์จำนวนมากไม่อาจประสบความสำเร็จในงานขายได้ เพราะทำตัวเองเป็นแค่เซลล์ที่มีหน้าที่ขายปิดยอดแล้วก็จบงานกลับบ้าน แต่จากเทรนด์ในปัจจุบันลูกค้าต้องการมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าคุณนอกจากจะขายของแล้ว ยังต้องให้บริการการขายที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย หากมีเคสหรือปัญหาอะไรก็ไม่ควรจะปล่อยให้ตกหล่น และถ้าจะให้คำแนะนำอาจจะกำปั้นทุบดินไปนิดนึงแต่พนักงานขายในปัจจุบันจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ทั้งตลาดในปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารรอบตัว เพื่อต่อยอดในการพูดคุยกับลูกค้า และช่วงชิงความได้เปรี่ยบในการขาย

ไม่รู้จะจัดการดีลอย่างไรดี

ปัญหาคลาสสิคอีกอันที่เซลล์หลายๆท่านพบเจอคือมีลูกค้าเข้ามามากเกินไป และมันก็กลายมาเป็นอุปสรรคเพราะสุดท้ายแล้วการตามงานทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ ตรงนี้สามารถแก้ได้ง่ายๆด้วยการลิสท์ลูกค้าทั้งหมดออกมาและทำการจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าดีล ตามโอกาสในการปิดการขาย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นงานที่น่าปวดหัวมากพอตัวหากทำผ่านระบบ manual เราจึงแนะนำให้หาโปรแกรมบริหารงานขายดีๆสักตัวมาใช้ และการจัดการดีลก็จะง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว


ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

Sales enablement คำที่นักขายยุค 2019 ต้องรู้จัก

ถ้าคุณอยู่ในแวดวงงานขาย หรือต้องบริหารทีมขายคำว่า sales enablement น่าจะเป็นคำที่ได้ยินค่อนข้างบ่อยในปีนี้ คำนี้อาจจะเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย แต่จริงๆแล้วมีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศมาสักช่วงเวลานึงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการพัฒนาทีมและบริหารงานขาย และวันนี้ Venio เราก็จะมาแนะนำให้รู้จักกับ sales enablement ให้ดียิ่งขึ้น

Sales enablement คืออะไร?

Sales enablement หากจะให้พูดในเรื่องความหมายก็คือกระบวนการในการจัดการและตระเตรียมข้อมูล เนื้อหา และเครื่องมือต่างๆให้กับพนักงานขาย ด้วยจุดประสงค์เพื่อช่วยให้การขายทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าอ่านแล้วยังงงๆอยู่นึกภาพตามนี้ครับถ้าคุณให้ task พนักงานสักอย่างหนึ่ง และก็จัดเตรียมให้ข้อมูล และสิ่งต่างๆที่จำเป็นสำหรับงานนั้นๆ  ก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่าพนักงานคนนี้จะสามารถทำงานได้สำเร็จราบรื่นกว่าคนที่ไม่ได้รับอะไรเพิ่มเติมเลย ซึ่งมันก็เป็นจริงสำหรับทีมขายด้วยเช่นกันครับ และนี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่า sales enablement นั่นเอง

ทำไมถึงสำคัญ?

ความสำคัญของ sales enablement นั้นอยู่ที่ประโยชน์ที่พนักงานขายของคุณจะได้รับ ซึ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือการจัดการงานขายที่เป็นระบบมากขึน และทุกคนสามารถปิดยอดขายได้ตามเป้า ผ่านกระบวนการของ sales enablement ที่จะช่วยทำให้พวกเขารู้ว่าจะทำอย่างไร นั่นหมายความว่าบริษัทของคุณจะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเซลล์ซุปเปอร์ฮีโร่ไม่กี่คนที่ทำยอดได้เยอะๆอีกต่อไป

Sales enablement จะทำได้อย่างไร

ตรงนี้เราก็จะมาสรุปคร่าวๆในเรื่องของการทำ sales enablement ว่าจะทำได้อย่างไร แต่ทั้งนี้เราต้องเข้าใจก่อนว่ากระบวนการทำ sales enablement นั้นจะไม่ได้เป็นแบบขั้นตอน ให้มองในลักษณะของกลยุทธ์หรือหลักการที่จะช่วยให้พนักงานขายทำงานได้ดีขึ้นจะทำให้เห็นภาพได้ชัดกว่า

  1. ต้องกำหนดเป้าหมายและเงื่อนไขของโปรแกรมที่จะจัดทำขึ้น ที่สำคัญโปรแกรมที่จะรีนนั้นต้องช่วยให้การขายทำได้ดีขึ้น เริ่มจากสิ่งต่างๆที่ทีมขายคุณต้องการ สิ่งที่ต้องโฟกัส ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานขาย เช่นการพรีเซ็น
  2. ทำให้แน่ใจว่าพนักงานขายของคุณรู้จักลูกค้าที่อยู่ในธุรกิจคุณ และที่สำคัญต้องรู้ว่าคนซื้อจะมีกระบวนการซื้ออย่างไร หลังจากนั้นก็เริ่มดูสิ่งที่พนักงานขายจะทำได้ในแต่ละส่วนของ buyer’s experience ที่เกิดขึ้น
  3. สร้าง content คุณภาพ เริ่มจากการมีสื่อในการนำเสนอผลงานที่เข้าใจง่าย และเพิ่มเติมในส่วนต่างๆผ่านทางชิ่งทางเช่น Blog, สัมมนา และตัวเนื้อ content พวกนี้จะช่วยเซลล์ในการนำเสนอและปิดการขายในตัวมันเอง
  4. มั่นใจว่าการเทรนนิ่งจะเป็นงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โปรเจคชั่วคราวที่เกิดขึ้นมาแล้วจบไป อย่างน้อยมีการจัดเทรนเดือนละครั้งและใช้เครื่องมือต่างๆที่จะช่วยให้การทำ sales enablement เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง
  5. และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือแม้ว่าคุณจะเตรียมสิ่งที่ช่วยพนักงานขายไว้มากมาย แต่โปรแกรมที่ดีเหล่านั้นสุดท้ายก็จะเป็นหมันไปถ้าไม่มีใครใช้ ดังนั้นแล้วต้องอย่าลืมผลักดันให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการใช้งาน sales enablement

หลังจากอ่านบทความนี้จบไปก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจในเรื่องของ sales enablement มากขึ้น ปัจจุบันก็มีโปรแกรมที่เข้ามาช่วยในการทำต่างๆมากมายเช่น โปรแกรม CRM โปรแกรมเก็บข้อมูลลูกค้า โปรแกรมช่วยบริหารงานขาย ซึ่งล้วนแต่มีส่วนช่วยให้การบริหารงานขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM ได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm