มาทำความรู้จักกับฟีเจอร์ใน Venio CRM กันเถอะ

เรามีบทความที่แนะนำ CRM กันมามากมายหลายบทความแล้ว แล้วก็เคยมีบทความแนะนำว่า Venio คืออะไร แต่หลายๆคนก็ยังอยากจะรู้จักกับ Venio ให้ดีกว่านี้ นอกจากช่วยบริหารทีมขาย ดูแลลูกค้า แล้ว Venio นี้มีฟีเจอร์อะไรบ้างที่จะช่วยตอบโจทย์องค์กรในโลกยุค 4.0 ได้บ้าง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟีเจอร์ของ Venio กันแบบเจาะลึก

Lead management

Venio จะช่วยคุณตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นก่อนที่ลูกค้าจะกลายมาเป็นลูกค้าคุณ เริ่มตั้งแต่การจัดการข้อมูลที่มีคนสนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณ พร้อมมีการแจ้งเตือนให้เซลล์ที่รับผิดชอบติดตาม Lead พร้อมบันทึกข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้งบการตลาดที่ลงไปในการหาลูกค้าไม่เสียเปล่า

Activity management

เมื่อทีมขายของคุณต้องมีการเข้าพบลูกค้า บริหารทีมขายง่ายๆด้วยฟีเจอร์ Activity management ช่วยตั้งแต่การวางแผนเข้าพบลูกค้า พร้อมการแจ้งเตือนส่งตรงไปยังผู้รับผิดชอบ และเมื่อเซลล์ไปถึงหน้างานก็สามารถเช็คอิน/เช็คเอ้าท์ได้อย่างง่ายๆ ทำให้ผู้บริหารรู้ถึงทุกสถานะการเข้าพบลูกค้า ไม่ต้องรอการอัพเดทเฉพาะเวลามีทติ้งอีกต่อไป

Customer management

จัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระเบียบ และเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา และเนื่องจากระบบฐานข้อมูลอยู่บนคลาวด์นั่นหมายความว่าข้อมูลลูกค้าจะถูกอัพเดทเป็นปัจจุบันเสมอ พร้อมทั้งสามารถจัดกลุ่มลูกค้าได้ตามต้องการ และยังแบ่งให้ง่ายขึ้นด้วยการดูตามการ visit ว่าลูกค้ารายนี้เคยไปมาแล้ว ยังไม่เคย ทำให้ทีมสามารถบริหารลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

Deal management and sales target

กำหนดเป้าขายให้กับคนในทีมขายง่ายๆผ่านระบบ Venio สามารถตั้งได้ละเอียดถึง 3 ระดับ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี และยังมาพร้อมระบบการสร้างและจัดการดีล ช่วยให้คุณทำงานง่ายขึ้นผ่านที่เดียว จัดลำดับความสำคัญของดีลที่เกิดขึ้น และวิเคราะห์สาเหตุที่ดีลสำเร็จหรือล้มเหลว

Case management

ส่งปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบทำให้เมื่อเซลล์เจอปัญหาที่เกิดกับลุกค้าที่หน้างาน ปัญหาจะไม่มีวันตกหล่น คนที่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้ามาช่วยตอบเคสที่เกิดขึ้นได้ และเซลล์ของคุณก็ฟีดแบ็คกลับไปที่ลูกค้าได้ทันที

Expense management

เบิกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการพบลูกค้าได้ง่ายๆผ่านทางระบบ Venio ทำให้คุณสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จากตัวกิจกรรมที่เกิดขึ้นใน Activity management และการเบิกค่าใช้จ่ายนั้นระบบยังเปิดให้มีการแนบหลักฐานรูปภาพได้ด้วย

Report and dashboard

นอกจากฟีเจอร์เด็ดๆที่เรากล่าวมาข้างต้นแล้ว Venio ยังทำให้ผู้บริหารทำงานง่ายขึ้นด้วย Report และ Dashboard สำหรับการใช้งานที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการทำความเข้าใจรายงาน และที่สำคัญรายงานรวดเร็วและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ไม่ต้องเสียเวลารวบรวมข้อมูล

Venio ไม่ใช่แค่ระบบ CRM ธรรมดา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Venio ไม่ได้เป็นแค่ระบบ CRM แต่ยังผนวกเอาแนวคิดของ sales toolkit เพื่อช่วยให้เซลล์ทำงานได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบบนมือถือตั้งแต่ต้น เพราะเรารู้ว่าโลกการทำงานปัจจุบันนั้นมือถือเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โปรแกรมเราจึงรอบรับทั้งระบบ iOS และ Android

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog: 
www.veniocrm.com/blog 
Facebook: www.facebook.com/veniocrm

Lead คืออะไร และทำไมคุณถึงต้องรู้?

เคยได้ยินคำนี้กันมาก่อนไหมครับ “Lead” หลายๆคนอาจเข้าใจไปในความหมายพวก Leader อะไรประเภทนั้น แต่วันนี้เราจะมาพูดกันถึง Lead ในความหมายที่เกี่ยวข้องกับการตลาดครับ และในโลกธุรกิจนั้นหากเราเข้าใจความสำคัญของ Lead แล้วล่ะก็มันก็จะช่วยมากๆเลยครับในการวางกลยุทธ์การขาย หรือการบริหารทีมขาย และแน่นอนว่าเมื่ออ่านจบแล้ว คุณก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรครับ

Lead คืออะไร

คำถามนี้เป็นคำถามที่ทางทีมเรามักจะถูกลูกค้าถามบ่อยๆครับ เพราะว่า Lead management เป็นฟีเจอร์ใหญ่ที่อยู่ในโปรแกรม Venio เรา Lead นั้นถ้าจะให้นิยามนี่ก็ค่อนข้างลำบากทีเดียวครับ ในหลายๆที่ก็มักจะบอกว่า Lead คือผู้มุ่งหวัง มันก็จะเกิดคำถามตามมาต่อว่าแล้วผู้มุ่งหวังมันคืออะไรล่ะ ทำให้โดยปกติแล้วทีมเราเลยมักจะชอบทับศัพท์กันไปตรงๆเลยว่า Lead ครับ

ทีนี้ถ้าจะให้นิยามว่า Lead คืออะไร ก็ง่ายๆครับคือ “ผู้ที่สนใจในสินค้าของบริการเรา และมีการติดต่อแต่เป็นการติดต่อแบบทางเดียวครับ” คีย์สำคัญนั่นคือเรามีข้อมูลที่จะใช้ติดต่อกลับได้ หากคุณไม่รู้จักคำว่า Lead มาก่อนเมื่อเห็นยอด like บน facebook หรือยอดแชร์แล้วบอกว่าสนใจๆก็คงเข้าใจว่ากลุ่มนี้นี่แหละคือ Lead แต่ตอนนี้คุณคงจะตอบได้อย่างเต็มปากแล้วครับว่าไม่ใช่

ตัวเว็บหลายๆเว็บก็จะมีการให้กรอกเพื่อขอ Lead ไม่ว่าจะเป็นการทำอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร การกรอกข้อมูลเพื่อดาวโหลดไฟล์บนเว็บ จะเห็นได้ว่า Lead เป็นสเตปที่อยู่ก่อนหน้าการเป็นลูกค้านั่นเองครับ

Lead สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

แน่นอนครับว่า Lead สำคัญกับธุรกิจค่อนข้างมากเพราะเป็นหน้าด่านสู่การเป็นลูกค้าใหม่นั่นเอง และที่สำคัญ Lead นั้นมีความโอเคกับสินค้าคุณในระดับหนึ่งแล้วทำให้เค้ากล้าทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ให้กับคุน ซึ่งหากคุณไม่ให้ความสนใจกับ Lead มากเท่าที่ควรแล้วละก็จะทำให้งบที่คุณใช้จ่ายไปกับการหาลุกค้าใหม่ๆนั้นสูญเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์ครับ

 เราเองก็มีเลขสถิติเล็กๆน้อยที่จะมาโชว์เกี่ยวกับกับ Lead เหมือนกันครับ

  • 80% ของ Lead ที่เข้ามาถูกละเลย ข้อมูลถูกปล่อยจนสูญหาย
  • 73% ของบริษัทไม่มีการจัดการ Lead (ข้อมูลจากต่างประเทศ ตัวเลขในไทยคาดว่าจะสูงกว่านี้ครับ)
  • 75% ที่มีการติดตามขายงานให้ Lead เมื่อมีระบบจัดการ Lead management

ดังน้นแล้วการจัดการ Lead จะช่วยให้บริษัทเติบโต ความ้ทาทายที่มีคือการ convert จาก Lead ให้กลายเป็นลูกค้านั่นเองครับ และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องรู้ว่า Lead คืออะไรเพื่อจะได้ไม่สับสนในการทำกลยุทธ์ Lead ที่เข้ามาในแต่ละรายก็มีความพร้อมในการซื้อไม่เท่ากัน นั่นทำให้จำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องรู้ว่า Lead เข้ามาจากช่องทางไหน แล้วในแต่ละช่องทางนั้นเราจะมีวิธีจัดการกับ Lead ที่เข้ามาเพื่อให้ปิดดีลการขายได้อย่างไร

ตัวอย่าง ถ้าบริษัทคุณขายสินค้าเกี่ยวกับกอล์ฟ และคุณมีหน้าเว็บเพื่อให้ลงทะเบียนรับส่วนลด 20% และรอการคอนเฟริมกลับ ในกรณีนี้นี่คือ Lead ที่ดีมากๆ คุณจะไม่ต้องเสียเวลาทำการ follow up หลายครั้ง เพราะลูกค้าตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว ในทางกลับกันหากเป็น Lead ที่เข้ามาจากการลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับกอล์ฟ นี่คือ Lead ที่สนใจในกีฬากอล์ฟ แต่เค้าอาจจะยังไม่พร้อมที่จะซื้อสินค้าคุณ ณ ตอนนี้ สิ่งที่คุณทำได้คือการส่งอีเมล์เพื่อแจ้งข่าวสารเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น บทความเกี่ยวกับกอล์ฟ รีวิวสินค้าใหม่ๆ

หวังว่าวันนี้ทุกท่านก็คงจะพอเข้าใจเกี่ยวกับ Lead มากขึ้นนะครับว่าจะช่วยในธุรกิจของคุณได้อย่างไร สุดท้ายแล้วมีสิ่งที่อยากเตือนอยู่เรื่องหนึ่งคือคำว่า Lead จะเป็นอะไรที่ต้องตามมาด้วยคำว่า follow up เสมอ หากคุณมี Lead เข้ามามากมายแต่ไม่มีการตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง Lead ที่เข้ามาก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ ดังนั้นแล้วอย่าลืมเลือกกลยุทธ์ให้ถูกในการบริหารจัดการงานขายนะครับ หรืออาจจะมองหาโปรแกรม CRM ที่จะมาช่วยจัดการในส่วนนี้ ลอง Venio เราดูก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆเช่นกันครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่ 
Blogwww.veniocrm.com/blog 
Facebookwww.facebook.com/veniocrm 

5 ข้อเท็จจริงทำไมการติดตามงานขายคุณถึงมีแต่ Fail

เคยแปลกใจไหมครับว่าทำไมการติดตามงานขายของเซลล์ในทีมนั้นถึงได้ยากเย็นซะเหลือเกิน แล้วสุดท้ายก็ไม่พ้นกับผลลัพท์ที่มีแต่ความ fail ตัวผมเองนั้นได้เห็นเซลล์จำนวนน้อยมากที่จะติดตามสถานะการขายอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์กับลูกค้าไปในครั้งแรกแล้ว ลองคิดตามผมนะครับว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ คุณได้รับการเสนอขายสินค้า หรือมีการติดต่อซื้อสินค้าไปกี่แห่ง แล้วมีสักกี่ที่ที่จะคอยกลับมาติดตามว่าคุณยังสนใจในสินค้าบริษัทอยู่หรือเปล่า จนบางทีก็ทำให้คุณอดคิดไม่ได้ว่าบริษัทเหล่านี้มีการบริหารงานขายกันอย่างไร แล้วอะไรล่ะที่เป็นสาเหตุที่ทำให้การติดตามงานขายถึงแย่ได้ขนาดนี้ วันนี้ Venio ก็จะมาไขข้องใจที่เกิดขึ้นครับ

1.คุณไม่อยากให้ลูกค้ามองว่าถูกรุกมากเกินไป

แน่นอนว่าถ้าติดตามงานขายถี่มากเกินไปก็จะมีแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัด สำหรับเซลล์มืออาชีพแล้วนั้นการติดตามอัพเดทสถานะกันอยู่เรื่อยๆจนกว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ แล้วจะทำยังไงดีล่ะให้การติดตามงานขายไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกรุกมากจนเกินไป นั่นก็เป็นเรื่องของการบาลานซ์ซึ่งมันก็จะแตกต่างไปในแต่ละธุรกิจ แต่สำหรับคำแนะนำของผมคือการโทรหาเพื่ออัพเดทกันหนึ่งครั้งต่ออาทิตย์เป็นอะไรที่โอเคมากๆแล้วครับ ที่สำคัญคือการโทรไปต้องตรงประเด็น ได้ใจความ และโทนเสียงที่ใช้นั้นก็สำคัญไม่แพ้กันครับ

2.คุณลืมติดตาม

อ่านไม่ผิดหรอกครับ ใครจะไปเชื่อใช่ไหมครับว่าพนักงานขายจะลืมติดตามลูกค้า แต่นี่เป็นปัญหาที่เป็นเรื่องปกติมากๆครับสำหรับเซลล์เกือบจะทั้งหมด ด้วยหลายๆอย่างที่เซลล์นั้นต้องทำไม่ว่าจะเป็นปํญหาหน้างานต่างๆ การประชุมที่แสนยืดยาว รถติดบนท้องถนนระหว่างไปหาลูกค้า ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ลืมติดตามลูกค้า แต่ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากๆครับ แค่คุณจัดทำแผนสำหรับการติดตามลูกค้า และคอยอัพเดทอยู่เรื่อยๆก็จะทำให้คุณไม่ลืมแล้วครับ หรือถ้าดีไปกว่านั้นคือ CRM ที่จะมาช่วยจัดการในเรื่องการติดตาม lead

3.คุณบอกลูกค้าว่าจะติดต่อ แต่คุณไม่ได้ทำ

หลังจากการคุยกันในครั้งแรกเสร็จเรียบร้อย คุณก็รับปากลูกค้าเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าวันนั้นวันนี้คุณจะส่งใบเสนอราคา หรืออาจจะเป็นการโทรหา แต่สุดท้ายแล้วในวันนั้นคุณอาจจะติดพันจากอะไรสักอย่างหนึ่ง ทำให้คุณไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณพูดไป หลังจากนั้นเวลาล่วงเลยไปหลายวัน คุณก็ได้แต่คิดว่าจะทำยังไงดีจะโทรหาดีไหม สุดท้ายแล้วก็เงียบกริบ สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่

ขอโทษลูกค้าอย่างจริงใจ แต่ถ้าเป็นไปได้คือการทำตามที่บอกไว้กับลูกค้า เพื่อไม่ให้เค้ารู้สึกว่านี่ขนาดยังไม่ซื้อของด้วยเลย เซลล์ยังเป็นแบบนี้แล้วหลังจากซื้อไปจะไม่ยิ่งกว่านี้เหรอ

4.คุณคิดไปเองว่าลูกค้าจะติดต่อกลับ

ข้อนี้ก็เป็นข้อผิดพลาดที่เซลล์มักจะตกหลุมพลางกัน ส่วนใหญ่แล้วมักจะคิดว่าถ้าการพรีเซ็นงานเป็นไปได้ด้วยดีนั่นหมายความว่าลูกค้าจะติดต่อกับมาเมื่อพร้อมจะซื้อสินค้า แต่นั่นเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงเลยครับ ในฐานะเซลล์แล้วคุณไม่อาจจะละเลยการติดตาม ติดต่อลูกค้าได้ เพราะลูกค้าของคุณอาจยุ่งได้เสมอและคุณก็มีหน้าที่ในการเตือนให้ลูกค้าคุณรู้ว่ายังมีคุณพร้อมให้บริการอยู่เสมอ

5.คุณไม่เคยถูกสอนเรื่องการตามลูกค้า

เชื่อหรือไม่ครับคนที่ทำอาชีพงานขายจำนวนมาก กลับไม่เคยได้รับการเทรนงานขาย ว่าทำไมถึงต้องมีการตามลูกค้าและจะตามได้อย่างไร แต่ข้อนี้สามารถแก้ได้ง่ายมากครับ การที่คุณอ่านบทความนี้ก็ช่วยให้รู้แล้วถึงความสำคัญของการตามงานขายและเมื่อต้องบริหารทีมขายคุณก็สามารถเอาทริคที่ได้จากบทความนี้ไปปรับใช้ได้

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่ 
Blogwww.veniocrm.com/blog 
Facebookwww.facebook.com/veniocrm