ทำไมคุณถึงต้องใช้ CRM ในการจัดการดูแลลูกค้า

crm and why customers need it

ตอนนี้ใครๆก็พูดกันถึงเกี่ยวกับ CRM บริษัทมากมายก็ต่างมองหาโปรแกรมบริหารทีมขาย ไม่เฉพาะกับธุรกิจ B2C เพียงอย่างเดียว ธุรกิจ B2B ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ CRM แต่ก็กลับมีปัญหาคือหลายๆบริษัทยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมถึงต้องใช้ CRM ในการจัดการดูแลลูกค้า ที่มองหา CRM เพราะคิดว่าจะช่วยให้การทำงานดีขึ้นเท่านั้นเอง วันนี้ Venio เราก็จะมาไขข้อสงสัย เพื่อทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า CRM จะช่วยเรื่องการดูแลลูกค้าได้อย่างแน่นอน

1.CRM ทำให้รู้จักลูกค้าดีขึ้น

โปรแกรมบริหารงานขายโดยทั่วไปนั้นมักจะมาพร้อมกับการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า CRM จะทำให้คุณรู้จักลูกค้าดีขึ้น เพราะคุณสามารถ track การติดตาม ใส่รายละเอียดทุกอย่างได้ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็น Lead อยุ่ก่อนที่เค้าคนนั้นจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณ นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานขายในทีมเข้าใจรายละเอียดลูกค้ามากกว่าเดิมอีกด้วย เพราะข้อมูลการติดต่อทุกอย่างจะถูกรวมไว้อยู่ในระบบ รู้ว่าลูกค้ามี pain point มีข้อต้องการ ข้อจำกัดอะไรบ้าง การที่จะเข้าไปขายงานเพื่อติดต่อลูกค้าครั้งต่อๆไปเราก็จะมีข้อมูลครบถ้วนสามารถเจาะได้ตรงประเด็น

2.การจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ

หากคุณไม่ได้ใช้โปรแกรม CRM แล้วล่ะก็ โดยมากเราก็มักจะใช้ excel ในการเก็บข้อมูลลูกค้า ซึ่งนั่นก็จะมีปัญหาที่ตามมาเมื่อทีมของคุณใหญ่ขึ้น การแบ่งแยกข้อมูลต่าง การ grouping การจำแนกก็จะทำได้ยากขึ้น เพราะ excel ไม่มีฟังก์ชั่นที่จะมารองรับในส่วนนี้ได้ดีเพียงพอ นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอีกด้วย แต่หากใช้ CRM ในการจัดการทีมแล้วล่ะก็เราก็สามารถแบ่งข้อมูลต่างๆได้ตรงตามความต้องการใช้งาน การเข้าถึงข้อมูลสามารถจำกัดได้ตามทีม และข้อมูลจะอัพเดทเป็นปัจจุบันอยุ่เสมอ

3.ปิดดีลได้รวดเร็ว ง่ายดาย

การปิดดีลก็ทำได้รวดเร็วมากขึ้นเมื่อมี CRM มาจัดการเพราะทำให้คนทั้งทีมมองเห็นภาพรวมของการขายทั้งหมด มองเห็นว่าลูกค้ารายนี้มีการซื้อขายกับเราไปแล้วเท่าไร และยังขาดอีกเท่าไรที่เราจะต้องทำการปิดดีล นอกจากนี้ยังสามารถย้อนไปดูข้อมูลการติดต่อลูกค้าทั้งหมดได้ ทำให้รู้ว่าถ้าเราจะผลักดันดีลที่เหลือให้เกิดขึ้นได้นั้นจะต้องทำอย่างไร สุดท้ายการปิดดีลก็ทำได้ง่ายมากขึ้น และรวดเร็วกว่าการที่ไม่มีระบบ CRM

4.เพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

ปัญหาที่มักเจอทั่วไปสำหรับงานขายคือการรักษาลูกค้า กว่าจะปิดดีลมาได้ก็ลำบากมากแล้ว แต่การรักษาก็ยากลำบากมากขึ้นไปอีก เพราะเมื่อมีปัญหาหรืออะไรเกิดขึ้นด้วยปริมาณลูกค้าที่ต้องพบ ด้วยความที่ลักษณะการทำงานของทีมขายต้องไปพบลุกค้าข้างนอกบ่อยๆ ทำให้การติดตามปัญหาล่าช้า สุดท้ายลูกค้าก็ไม่พอใจและมองหาตัวเลือกอื่นแทน แต่ด้วย CRM เมื่อมีปัญหาเข้ามา สิ่งที่เราต้องทำคือการใส่ปัญหาในระบบและแอดคนที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยติดตามดูแลเคสนั้นๆ  เราจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีเคสไหนที่ตกหล่น และการรักษาความพึงพอใจลูกค้าก็จะง่ายดายขึ้น

จาก 4 ข้อที่ได้กล่าวมา คุณผู้อ่านก็คงจะพอเห็นภาพแล้วว่า CRM จะมาช่วยจัดการในส่วนของลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้การตัดสินใจเลือก CRM เป็นไปได้ง่ายดายมากขึ้น เมื่อเห็นประโยชน์อย่างนี้แล้วอย่าลืมคำนึงถึงข้อต่างๆเหล่านี้ก่อนเลือกใช้ CRM สักตัวกันด้วยนะครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube
:  www.youtube.com/veniocrm

จัดเต็มสูตร excel เบื้องต้นที่เหล่านักขายจะต้องปลื้ม

excel formula for beginner

เมื่อพูดถึงนักขายแล้ว อาวุธที่เหล่านักขายต้องใช้กันเป็นประจำก็คงจะเป็น excel อย่างแน่นอน เรียกได้ว่านักขายไม่ว่าจะมือเก๋า หรือมือใหม่ต่างก็ต้องทำความคุ้นเคยกับโปรแกรม excel อย่างแน่นอน โดยมีจุดประสงค์หลักๆเลยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณดีลและเรื่องต่างๆ วันนี้ Venio เราก็จะมาแนะนำสูตรเบื้องต้นของ excel ต่างๆที่จำเป็นสำหรับทีมขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเซลล์มือใหม่ที่ยังไม่ค่อยได้ใช้ excel เท่าไรนัก ก็คงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้มากเลยทีเดียว สำหรับเซลล์มือเก๋าแล้วแต่ยังไม่เคยใช้ excel ก็ลองมาดูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานดูได้

1.SUM

SUM ก็เรียกได้ว่าเป็น Function หลักตัวแรกเลยที่ไม่ว่าใครเริ่มจับ excel ก็ต้องรู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานขายแล้วฟังกืชั่นนี้เป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากๆ โดยเป็นฟังก์ชั่นทีรวมผลของ row หรือ column ที่เราเลือกไว้นั่นเอง

การใช้งาน

=sum(a1:a8) – จะแสดงผลรวมระหว่างเซล a1 ถึง a8 ทั้งหมด

=sum(a1:a5, a8, a11:a15)  - สูตรที่ซับซ้อนขึ้นมานิดนึง ด้วยการรวมผลลัพท์ของเซล a1-a5 แล้วข้าม a6-a7 บวกด้วย a8 แล้วไปบวกด้วยผลรวมของ a11 ถึง a15 นั่นเอง

=sum(a1:a8)/20 - นอกจากนี้ยังสามารถใช้ sum ที่เป็นฟังก์ชั่น ร่วมกับ formula ได้ด้วย จากตัวอย่างคือการนำผลลัพทธ์ไปหาร 20 นั่นเอง


2.AVERAGE

AVERAGE ก็เป็นอีกฟังก์ชั่นหนึงที่ทีมขายใช้ โดยมาเป็นการหาค่าเฉลี่ยภายในเซลที่กำหนดไว้ทั้งหมด

การใช้งาน

=average(a1:a8) - แสดงค่าเฉลี่ยของผลรวม a1 ถึง a8


3.COUNT

COUNT ใช้สำหรับนับจำนวนแถวหรือคอลัมภ์ที่มีตัวเลขอยู่ เป็นอีกสูตรนึงที่มีประโยชน์มากสำหรับงานขายเพราะสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่างเลยทีเดียว

การใช้งาน

=count(a1:a8) – แสดงค่าของจำนวนแถวที่มีตัวเลข


4.IF

IF ใช้สำหรับเมื่อต้องการใช้ข้อมูลโดยมการใส่ condition เข้าช่วยในการจัดการ

วิธีการใช้งาน

=if(c2<d2, ‘True’, ‘False’) – ในช่องแรกจะเป็น condition ที่เราต้องการ ช่องที่สองจะเป็นค่าที่ใส่กลับลงไปในเซลเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง ส่วนช่องที่ 3 ใส่ค่ากลับไปเมื่อเงื่อนไขไม่เป็นจริง


5.MAX & MIN

MAX และ MIN เป็นฟังกืชั่นที่ช่วยหาค่าสูงสุดในเซลที่เรากำหนด ก็เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่คนทำงานด้านการขายต้องรู้ไว้เพราะเป็นประโยชน์มากๆ

วิธีการใช้งาน

=min(b2:b12) – แสดงค่าที่น้อยที่สุดที่อยู่ในเซล b2 ถึง b12


5 ตัวอย่างสูตรนี้ก็เป็นสูตรสำคัญๆที่นักขายทั้งหลายควรใช้ให้เป็นสำหรับโปรแกรม excel ในเบื้องต้น เพราะจะช่วยให้คุณจัดการดีล และดูแลยอดขายได้ดียิ่งขึ้น วันนี้บทความจาก Venio ก็จบกันเท่านี้แล้วอย่าลืมติดตาม blog ของเราเพื่อคอยอัพเดทเนื้อหาดีๆเกี่ยวกับการขายและเครื่องมือต่างๆนะครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

เจาะลึกข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อตัดสินใจใช้ CRM

Things to avoid when choosing crm

เมื่อพูดถึงการเลือก CRM มาใช้งานในบริษัทสักตัวแล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่าคุณกำลังมองหาระบบที่จะใช้มาช่วยบริหารจัดการทีมขายและการดูแลลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นได้นั้น เราจะเห็นได้ว่าในตลาดตอนนี้มี CRM มากมายหลายตัวไปหมด และเราก็มักจะได้ยินแต่เรื่องราวของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการนำ CRM มาใช้ จนลืมไปว่าอันที่จริงแล้วการนำ CRM software เข้ามาใช้งานก็มีการเลือกที่ผิดพลาดมากมาย ก่อนที่จะมาเจอกับตัวที่ใช่ วันนี้ Venio เราก็รวบรวมจากประสบการณ์ให้ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรที่มักจะเกิดขึ้นบ้าง

คิดว่า CRM จะแก้ปัญหาเรื่องงานขายทุกอย่าง

เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเมื่อบริษัทคิดจะลงทุนด้าน CRM ว่า CRM จะต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องงานขายที่เกิดขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า CRM จะเข้ามาช่วยได้ในทุกอย่าง เพราะอันที่จริงแล้ว CRM เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารทีมขาย การดูแลลูกค้าเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  แต่กลยุทธ์การขายในทีมยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ เพราะมันจะกำหนดทิศทางและภาพรวมต่างๆ และการที่บริษัทมีการกำหนดกลยุทธ์ในแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจนก็จะทำให้เมื่อมีการใช้ CRM แล้วก็จะใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น นอกจากนี้ความร่วมมือกันระหว่าง marketing และทีม sales ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันซึ่งต้องใช้ความร่วมมือในส่วนนี้ด้วยในการพัฒนางานขายนอกเหนือไปจากการใช้ CRM

ลืมคิดเรื่องการรองรับการเติบโตในอนาคต

เมื่อบริษัทเริ่มมีความต้องการใช้ CRM นั่นหมายความว่าบริษัทกำลังเริ่มต้องการให้ธุรกิจเติบโต และเมื่อพิจารณาใช้ CRM สักตัวนึงแล้วนั้นเรามักจะมองแค่ CRM ตัวนี้รองรับกับความต้องการใช้งานเราตอนนี้ไหมแค่นั้น หรืออาจจะมองแค่ในระยะสั้นๆ โดยลืมคิดไปว่าในอนาคตอาจจะต้องมีการ Integrate เข้ากับระบบอื่นๆเพิ่มเติม รวมไปถึงไม่ได้ดูถึงทีมพัฒนาว่ามีการอัพเดทโปรแกรมอย่างต่อเนื่องไหม ตัวระบบรองรับกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนคน รวมถึงโครงสร้างบริษัทที่อาจเปลี่ยนไปรึเปล่า อีกข้อที่ควรนำเข้ามาตัดสินใจด้วยก็คือถ้าในอนาคตเรามีความต้องการอะไรเพิ่มขึ้น จะมีคนช่วยจัดการตรงนี้ต่อให้หรือเปล่านั่นเอง

ไม่เข้าใจความต้องการในบริษัทอย่างถ่องแท้

ส่วนใหญ่แล้วเมื่อคิดจะใช้ CRM บริษัทจำนวนมากมักจะมองความต้องการในภาพรวมกว้างๆ เช่นต้องการดูแลลูกค้าให้ดีขึ้น ต้องการบริหารทีมขายให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเลือก CRM ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องพิจารณาถึงฟีเจอร์ในการใช้งานเป็นไปได้ยาก เพราะมองไปที่ฟีเจอร์ไหนก็ตอบโจทย์การใช้งานไปซะหมด อันที่จริงแล้วสำหรับการเลือกซื้อ CRM สักระบบนึงเราจำเป็นที่จะต้องจัดอันดับความสำคัญของสิ่งที่เราต้องการ แล้วนำไปเทียบกับ CRM แต่ละตัวว่าโดดเด่นในด้านนี้เพียงใด ก็จะช่วยให้เราเลือก CRM ที่เหมาะกับการใช้งานได้มากขึ้น

ไม่คิดถึงผู้ใช้งานระบบตัวจริง

แน่นอนว่าการตัดสินใจเลือกโปรแกรมคอมพิวเตอร์สักตัวเข้ามาใช้ในบริษัท ส่วนมากแล้วมักจะเป็นการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร ที่ต้องการข้อมูลมาใช้งานและทำการวิเคราะห์ต่างๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทางบริษัทไม่ควรละเลยเลยคือผู้ที่กรอกข้อมูลเข้าระบบ เช่น พนักงานขาย แอดมินต่างๆที่เกี่ยวข้อง หากระบบมีการใช้งานที่ยุ่งยากซับซ้อนแล้วล่ะก็ สุดท้ายแล้วข้อมูลที่ได้มาในระบบก็อาจจะเป็นข้อมูลที่กรอกๆไปเพื่อให้งานจบ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ ดังนั้นแล้วทางเลือกที่ดีนั้นเราจึงควรนำผู้ใช้งานให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน

มองแต่ฟีเจอร์เยอะๆเข้าว่า

บ่อยครั้งที่การตัดสินใจเลือกซอฟต์แวร์มาใช้งานแม้ว่าจะดูเหมือนต้องพิจารณาสิ่งต่างๆมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มักจะถูกเลือกจากฟีเจอร์ยิ่งถ้ามีฟีเจอร์เยอะๆจะยิ่งดูดี ทั้งนี้คุณได้มองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งไปนั่นคือซอฟต์แวร์ตัวนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์อย่างแท้จริงก็ได้ ฟีเจอร์ที่ดูเหมือนมีเยอะ แต่ความลึกในการใช้งานของแต่ละฟีเจอร์กลับน้อยมาก นั่นทำให้เมื่อคุณขึ้นระบบเพื่อใช้งานจริงแล้วนั้นกลับจะพบปัญหาแทน เพราะแต่ละฟีเจอร์ไม่ตอบโจทย์อย่างที่วางไว้แต่แรก เช่นการตาม Lead การ cross selling ดังนั้นแล้วการเลือกที่ฟีเจอร์เราจึงควรที่จะเรียงลำดับความต้องการ และจัดหมวดหมู่เสียก่อนว่าตัวไหนจำเป็นมากๆสำหรับเรา ฟีเจอร์ตัวไหนมีก็ได้ไม่มีก็ได้ จะช่วยให้การพิจารณาเลือกใช้เราตรงกับความเป็นจริงยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังมองหาระบบ CRM เพื่อเอามาใช้งานบริหารทีมขาย การดูแลลูกค้าที่ดีและทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจประเภท B2B แล้วล่ะก็ ลอง Venio โปรแกรม CRM ที่กำจัดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจซื้อในหัวข้อข้างบนไปจนหมด ทุกฟีเจอร์ที่อยู่ใน Venio ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริง และช่วยให้คุณมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ 088-905-9055

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

Venio Live Refresh Workshop เราจะไม่หยุดดูแลลูกค้าทุกท่าน

Venio live training workshop via online channel

ก่อนอื่นก็ขอสวัสดีทุกท่านก่อนนะครับ สถานการณ์ Covid-19 ก็เริ่มคลี่คลายบ้างบางส่วนแล้ว เริ่มมีมาตรการณ์ผ่อนปรนการล็อคดาวน์ ทาง Venio เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและเชื่อว่าลูกค้าทุกท่านจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าพบลูกค้ากันอย่างแน่นอน พวกเราทีม Venio ก็คิดว่าโปรแกรม Venio เราก็เป็นส่วนนึงที่ช่วยทีมขายอย่างมาก เลยได้มีการจัดเทรนนิ่งออนไลน์ภายใต้ธีม “Venio Live Refresh Workshop” เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้ทบทวนและเรียนรู้การใช้งานต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งครับ


สำหรับลูกค้า Venio ทุกท่านที่ช่วงนี้ได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ก็คงจะพบได้ว่า Venio เรามีการปรับเปลี่ยนเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เราจึงถือโอกาสช่วงวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมาจัดออนไลน์เทรนนิ่งให้กับทุกท่านได้เข้าร่วมกันผ่านทาง application zoom และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื้อหาในการเทรนนิ่งเราก็จัดให้อย่างเข้มข้นเลยทีเดียวเพราะมาครบหมดเลยเลยไม่ว่าจะเป็น Customer management, Activity management, Opportunity management, Case management และ Expense management ทางเราดีใจเป็นอย่างมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทีมขายของลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จและได้ดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างเอาใจใส่


บรรยากาศในการเทรนนิ่งก็เป็นไปด้วยความสนุกสนานมากๆเลยครับ ทาง Venio เองรู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกท่านมากที่ไว้วางใจใน Venio เราดีใจมากๆครับที่ทุกท่านชื่นชอบในการเทรนนิ่งที่เราจัดขึ้น และรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่เราได้ยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกท่านครับ พวกเราขอสัญญาว่าเราจะไม่หยุดดูแลลูกค้าทุกท่านไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม อย่าลืมติดตาม Blog เราเพื่อรับการอัพเดทดีๆจาก Venio เสมอนะครับ วันนี้ทางเราก็ขอลาไปก่อนและทิ้งท้ายไว้กับภาพบรรยากาศดีๆในงาน Venio Live Refresh Workshop นะครับ

Venio specialist in Venio training room
Venio trainer answers the question
Venio trainer concentrates on live workshop
Venio team and representative taking a photo together with customers

5 สิ่งที่สุดยอดนักขายที่ดีต้องมี

super salesman fundamental

ช่วงเวลาที่ได้อยู่ในแวดวงของการขาย ทำให้เราค้นพบว่ามีปัจจัยหลากหลายมากมายที่ทำให้เรากลายเป็นนักขายที่ดี แต่จากการที่ได้พบเจอกับนักขายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดนักขายที่ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร ประเภทไหนก็แล้วแต่ก็ยังคงความเป็นสุดยอดไว้ได้ ไม่ว่าเทคนิคการขายเฉพาะตัวของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร พวกเขาล้วนมีลักษณะบางอย่างที่แต่ละคนนั้นมีร่วมกัน จะมีอะไรบ้างวันนี้ Venio เรารวบรวมมาให้เรียบร้อยแล้วครับ

1.ต้องการเป็นที่สุดในด้านการขาย

สำหรับข้อแรกเลยคือพวกเขาต้องการความเป็นที่สุดในการขาย พวกเขาอาจจะไม่เก่งในด้านวิศวกรรม แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการให้พวกเขาขายสินค้าให้แล้วล่ะก็ แม้ว่า target ที่โดนเซ็ตมาจะท้าทายแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยยอมจำนนให้กับเป้าเท่าที่เห็น แต่เค้าจะผลักดันตัวเองเพื่อให้เกินเป้าขึ้นไปอีก นอกจากนั้นแล้วพวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้การขายของพวกเขาประสบความสำเร็จ เช่น หากบริษัทไม่มีระบบการเก็บข้อมูลที่ดีซึ่งเป็นอุปสรรคต่องานขายแล้ว เซลล์ทั่วไปอาจจะบ่น แต่สำหรับสุดยอดนักขายเค้าจะพัฒนาวิธีที่ทำให้เค้าทำงานได้ง่ายขึ้นมาเอง

2.เก่งในด้านการสร้างความสัมพันธ์

นอกจากที่พวกเขาจะต้องแม่นในสเปคสินค้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่เหล่าสุดยอดนักขายนั้นทำได้ดีมากๆเลย คือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เมื่อใดก็ตามที่ต้องเข้าพบลูกค้าคุณจะสังเกตได้ทันทีเลยว่าสุดยอดนักขายจะสามารถหาเรื่องต่างๆมาคุยกับลูกค้าได้ราวกับรู้จักกันมานาน และนอกจากนี้แล้วเค้าจะรู้จังหวะในการนำเสนอสินค้าแบบเนียนๆโดยที่คุณลูกค้าก็อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะรับฟังอย่างเต็มที่แล้วเช่นกัน นอกจากเรื่องลูกค้าแล้วพวกเขายังเก่งในด้านการสร้างความสามัคคีกันในทีมขายอีกด้วย

3.ทักษะการสื่อสารชั้นยอด

หลายๆคนอาจจะงงว่าๆเอ๊ะตะกี้ทางเราพึ่งบอกว่าเก่งในด้านความสัมพันธ์นั่นไม่ได้หมายถึงทักษะการสื่อสารชั้นยอดอย่างงั้นเหรอ คืออย่างนี้ครับสำหรับเซลล์บางจำพวกอาจจะสามารถคุยกับลูกค้าได้เป็นวันๆ แต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์กลับไม่ได้อะไรเลย ทักษะการสื่อสารชั้นยอดในทีนี้คือความตรงประเด็น มีจุดมุ่งหมาย นี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเช่นกัน เพราะการสื่อสารนั้นไม่ใช่แค่ทางเดียว แต่คุณยังต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ตอนนี้กำลังมีปัญหาอะไร เซลล์ที่เก่งมากๆนั้น ในระหว่างที่กำลังคุยสัพเพเหระอยู่ เค้าจะเก็บข้อมูลต่างๆเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วที่เหลือเมื่อถึงเวลาก็แค่ทำการสื่อสารให้ตรงประเด็นในเรื่องที่ลูกค้าต้องการได้รับคำตอบนั่นเอง

4.ไม่ยอมแพ้ และมองแง่บวกเสมอ

รู้อะไรไหมครับงานขายอันที่จริงแล้วเป็นงานที่ทำให้ท้อแท้ได้มากที่สุดงานนึงเลยทีเดียวครับ เพราะกว่าที่คุณจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นนักขายที่เก่งได้นั้น คุณต้องได้รับคำปฎิเสธซ้ำๆแบบนับครั้งไม่ถ้วนมากมายเลยทีเดียว และนักขายมือใหม่หรือมือเก๋าก็แล้วแต่ก็มักจะยอมแพ้เมื่อถึงจุดๆนึง แต่สิ่งหนึ่งที่สุดยอดนักขายมีก็คือการมองโลกในแง่บวก และไม่ยอมแพ้ เช่นเมื่อโทรไปติดตามลูกค้าในครั้งสองครั้งแรก แล้วลูกค้ายังไม่สนใจ พวกเขาก็จะยังคง follow up ไปสักระยะนึง จนกว่าจะแน่ใจว่าลูกค้ารายนี้น่าจะยังปิดไม่ได้ พวกเขาจะเซ็ตค่าไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะแตกต่างจากเซลล์ทั่วๆไปที่มักจะถอดใจยอมตั้งแต่การโทรในครั้งสองครั้งแรก

5.มีวินัย

เคยไหมครับที่เห็นเซลล์เก่งๆจำนวนมากมายที่สามารถทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ และยังติด TOP 3 ในหลายๆครั้ง แต่สุดท้ายแล้วเค้ากลับไปได้ไม่ถึงระดับสูงสุด สิ่งที่ฉุดรั้งพวกเขาเหล่านั้นไว้จากจุดยอดเลยคือสิ่งที่เรียกว่าวินัย เซลล์จำนวนมากสามารถหาเงินได้อย่างง่ายๆ และสุดท้ายก็ละเลยในสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องทุ่มเทไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มาในช่วงแรก พวกเขาเริ่มที่จะหย่อนหยานขึ้น ปล่อยปละละเลยมากขึ้น เมื่อลูกค้าที่อาจทำให้เค้าเสียเวลาเพิ่มซึ่งพวกเขายินดีขายให้อย่างเต็มใจในช่วงแรกๆ มาตอนนี้พวกเขากลับสามารถปล่อยทิ้งได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งเวลาที่พวกเขาเคยทุมเทให้กับการทำข้อมูลลูกค้าต่างๆ ก่อนการเข้าพบที่เตรียมตัวมาอย่างดี ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นอีกแล้ว เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกหลุมพรางเช่นนี้ จงอย่าลืมว่าสำหรับนักขายแล้ววินัยคือสิ่งที่จะทำให้เราไปได้ไกลกว่าที่เราไปได้เสมอ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

3 เทคนิคจัดการดีล เร่งยอดขาย

เป็นเรื่องที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับบริษัทที่เน้นการเติบโตนั้น การบริหารทีมขายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การจัดการดีลเพื่อนำไปสู่การปิดดีลได้นั้นอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะนอกจากรายได้ที่เพิ่มเข้ามาในบริษัทแล้ว การจัดการดีลที่ดียังส่งผลต่อความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า วันนี้ Venio จะมาแนะนำเทคนิค 3 ข้อที่จะช่วยให้ทีมขายของคุณจัดการดีลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีสุด จะมีอะไรบ้างนั้นลองดูกันได้เลย

ทำความเข้าใจกับ Deal management กันก่อน

Deal management คือการนำกลยุทธ์หรือการนำเครื่องมือมาใช้สำหรับการจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างดีล เช่นข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า การติดต่อที่ผ่านมาทั้งหมด รายละเอียดการเข้าพบ ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าให้ความสนใจ โดยนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้เข้ามาผนวกกับขั้นตอนในการขาย ทำให้ทางทีมขายมีความเข้าใจในตัวลูกค้ามากขึ้น และรู้ว่าเพื่อปิดดีลนั้นๆได้ อย่างไร สิ่งสำคัญหรือการจัดการดีลจะขั้นมาช่วยในแทบทุกๆขั้นตอนก่อนการเป็นลูกค้าa ครอบคลุมตั้งแต่การติดต่อก่นหน้าไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ปิดดีลได้

3 เทคนิคที่จะช่วยจัดการดีได้ดีขึ้น

ถ้าหากว่าคุณมีการใช้โปรแกรมจำพวก CRM อยู่แล้วโดยมากทุกโปรแกรมจะมีการวางแผนในการจัดการดีลมาให้อย่างเป็นระบบ แต่หากไม่มีแล้วล่ะก็ลองดูทิปง่ายๆ 3 ข้อนี้ที่จะช่วยให้การจัดการดีลเป็นไปได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ต้องมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ที่เราเกริ่นนำมาในเรื่องของ CRM ก็เพราะว่าในการใช้โปรแกรม CRM นั้นจะช่วยให้ทางทีมขายทำงานได้สะดวกขึ้น เพราะจะมีการวางขั้นตอนในการใส่ข้อมูลลงระบบให้ แต่หากเราไม่ได้ใช้ CRM แล้วล่ะก็ การเก็บรวบรวมข้อมูลดีลที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการขายต่างๆนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นอย่างแรกเลย โดยเริ่มจากต้องรู้ก่อนลูกค้าเราเป็นประเภทไหน มาจากอุตสาหกรรมอะไร มีคู่แข่งหรืออะไรที่ลุกค้ากำลังมองหา แล้วลูกค้ามี Pain point อะไรที่เกิดขึ้น

ดูเผินๆการเก็บข้อมูลเป็นอะไรที่ง่าย แต่อันที่จริงแล้วการบริหารทีมขายจำนวนมาก มักจะจบลงตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลได้เพียงพอ ประเด็นสำคัญคือการเริ่มบันทึกข้อมูลสำหรับบริษัทที่ยังไม่เคยเริ่มมาก่อนอาจจะเป็นเรื่องลำบากมาก ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อไม่มีเครื่องมือให้ใช้งานด้วยเลย แต่อย่างไรก็ตามถ้าต้องการจัดการดีลให้ดีขึ้น ข้อมูลที่รวบรวมได้จากการขายที่เกิดขึ้นในแต่สเตปเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ดังนั้นแล้วสำหรับขั้นตอนนี้การพิจารณาเพื่อหาแนวทางและความร่วมมือกันในทีมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน

สร้างความสัมพันธ์ในการปิดดีลแบบเป็นระบบ

อย่างที่ทราบกันดีว่าสิ่งสำคัญที่ดีสำหรับการปิดดีลนั้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมาก คุณอาจจะมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนๆหนึ่งในบริษัทคู่ค้า แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งการติดต่อการขายในรูปแบบบริษัทก่อนที่จะตัดสินใจซื้อได้นั้นจะต้องมีการตัดสินใจร่วมกันหลายฝ่าย และบางครั้งคนที่คุณดีลด้วยอาจจะไม่มีอำนาจในการจัดสินใจ ดังนั้นแล้วจะเป็นการดีกว่าที่คุณจะติดต่อกับคนในหลายๆส่วน

การสร้างความสัมพันธ์แน่นอนว่ามักจะเป็นเรื่องของ soft skill เป็นหลัก แต่อันที่จริงแล้วหากเรามีการ track ข้อมูลลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาอย่างเป็นระบบ และมีการแบ่งสเตจอย่างถูกต้องแล้ว ก็จะทำให้กลยุทธ์ในการติดต่อในแต่ละขั้นตอนเปลี่ยนไป เช่นการแบ่งสเตจออกเป็น Lead, prospect, customer ในขั้นตอน Lead นั้นคนที่ติดต่อเข้ามาอาจจะเป็นคนที่ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจ แต่มีอำนาจในการเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาใช้งาน การที่เราเข้าใจขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ทำให้การจัดการดีลเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

เช็คสถานะและติดตามดีลตลอด

เทคนิคง่ายๆอีกข้อนึงที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เมื่อปฎิบัติจริงกลับพบว่าเป็นปัญหาหลักๆเลยที่ทำให้การจัดการดีลไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ในหลายๆอุตสาหกรรม กว่าที่จะปิดดีลได้ก็ต้องมีการตามกันมากมายหลายครั้ง แต่บ่อยครั้งที่คนในทีมเราอาจจะตามดีลอยู่แค่ 1-2 ครั้งแล้วก็ปล่อยไป การ track ที่เป็นระบบจะทำให้เปอร์เซ็นต์ปิดดีลสำเร็จมากยิ่งขึ้น

หากคุณอ่านบทความมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะเริ่มจัดการดีลให้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีเครื่องมือในการทำ เราอยากจะแนะนำให้ลองใช้ Venio CRM เพราะเราช่วยตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการเป็นลูกค้า และยังมีการแบ่งดีลสเตจต่างๆให้ดูง่าย และสามารถนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการปิดดีลได้ทันที

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

สงกรานต์นี้ดูแลลูกค้าด้วย case management กันดีกว่า

ก็อย่างที่ทราบกันดีสงกรานต์ปีนี้ถูกเลื่อนเนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้ทีมขายส่วนใหญ่ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แผนการขายที่วางไว้ก่อนหน้าก็อาจจะต้องถูกปรับเปลี่ยนกันไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือการดูแลลูกค้า ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงกรานต์นี้ที่ลูกค้าทุกบริษัทก็คงเปิดงานกันเป็นปกติ วันนี้ Venio ก็จะมาช่วยชี้ให้เห็นว่า Case management จะเข้ามามีส่วนช่วยอย่างไรในการดูแลลูกค้าและทำให้ลูกค้าประทับใจในบริการของทีมขายเรา

แจ้งและบันทึกเคสในระบบ

Case management มีความพิเศษตรงที่ว่าเซลล์ที่รับเรื่องจากลูกค้ามา สามารถแจ้งเปิด ticket ผ่านทางระบบได้ทันที มอบหมายให้ทีมที่เกี่ยวข้องช่วยดูและ issue ที่เกิดขึ้น แจ้งปัญหาวิธีแก้กลับ และยังสามารถเปลี่ยนสถานะของ Case ที่แก้ปัญหาแล้วได้อีกด้วย ทำให้ทุกปัญหาที่แจ้งมาไม่ตกหล่น ลูกค้าได้รับประสบการณ์การบริการที่ดี

แนบไฟล์ลงระบบ

และบางครั้งลูกค้าอาจจะมีการแนบไฟล์รูปภาพเพื่อให้เข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น Venio เราก็รองรับการแนบไฟล์รูปภาพผูกติดกับเคส ทำให้ผู้ที่ประสานงานรับเรื่องต่อสามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันที

ลิงค์กับ Activity หรือ Deal

นอกจากสิ่งที่กล่าวมาระบบ Venio ยังเปิดให้มีการเชื่อมต่อกับ Activity หรือ Deal ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้รับผิดชอบเคสนั้นๆรู้ทันทีว่าเคสนี้เป็นลูกค้ารายไหน เกิดจากอะไรขึ้นรู้รายละเอียดลึกๆพร้อมทั้งจัดการปัยหาที่อาจเกิดขึ้นกับการปิดการขายได้อย่างทันท่วงที

ปิดเคสพร้อม Knowledge base

หลังจากการปิดเคสที่เกิดขึ้นในระบบแล้วนั้น เคสต่างๆที่ได้ถูกแก้ไขไปแล้วจะถูกเก็บอยู่ในระบบ ทำให้เมื่อมีคนในทีมเจอปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น สามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาได้ทันที เปรียบเสทือนกับมี knowledge base อยู่ในระบบหลังบ้าน ช่วยให้การแก้ปัญหามีความฉับไวและตรงจุดมากขึ้น

สงกรานต์ปีนี้แม้จะไม่ได้หยุด และไม่ได้ออกไปพบลุกค้าเท่าไรนัก แต่อย่าลืมจัดการดูแลลูกค้ากันด้วย Case management สร้างความประทับใจ เพิ่มระดับความพึงพอใจลูกค้า เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนกันนะครับ

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

ฝ่าวิกฤต Covid-19 ด้วยสารพัดเครื่องมือสำหรับ Work from home ใช้งานได้จริง

ในภาวะวิกฤต Covid-19 ที่กำลังเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราทุกคนขึ้นเรื่อยๆ และมาตรการต่างๆที่ทางภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด หนึ่งในนั้นก็คือกระแสการ work from home ที่เริ่มเห็นกันมากขึ้นในบริษัทต่างๆ นอกจากนั้นแล้วยังกลายเป็นบททดสอบสำหรับบริษัทและผู้ประกอบการจำนวนมากในการบริหารทีมผ่านทางออนไลน์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจไม่มีสะดุด วันนี้เราทีม Venio จึงจะมาแนะนำสารพัดโปรแกรมที่จะมาช่วยให้คุณทำงานแบบ work from home ได้ง่ายขึ้นและที่สำคัญคือใช้ได้จริง

โปรแกรมสำหรับติดต่อสื่อสารประชุมกันในทีม

แน่นอนเลยว่าเมื่อพุดถึงเรื่อง work from home แล้วสิ่งที่เรากลัวกันที่สุดเลยคือจะติดต่อกันได้อย่างไร โดยที่มีประสิทธิภาพที่สุดด้วย ที่สำคัญ task และการคุยงานต่างๆจะต้องสะดวกเหมือนการคุยกันต่อหน้าด้วย

LINE Call

พูดถึงโปรแกรมไลน์แล้วเชื่อได้เลยว่าทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ความพิเศษของมันในการเอามาใช้งานสื่อสารกันในทีมคือการใช้ฟีเจอร์จำพวก call และถ้าต้องการประชุมเป็นกลุ่มก็ยังมี group call ให้ใช้งานอีกด้วย ด้วยความที่เป็นโปรแกรมยอดนิยมแล้ว ทำให้การใช้งานไม่ต้องปรับตัวอะไรกันมากมาย และที่สำคัญคือโปรแกรมไลน์นั้นสามารถใช้งานได้ฟรี แต่อย่างไรก็ตามการใช้ LINE ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อทีมที่ต้องคุยกันมีขนาดใหญ่ขึ้น การส่งไฟล์หากัน และไลน์ไม่มีฟีเจอร์ที่สนับสนุนการประชุมโดยเฉพาะทำให้เมื่อต้องการแชร์หน้าจอก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก

Microsoft teams

อันนี้เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าดีขึ้นมาจากไลน์เยอะมากๆ เพราะ Microsoft teams ปกติก็จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานแบบเป็นทีมอยู่ ตามชื่อโปรแกรมเลยครับ เป็นโปรแกรมที่เหมาะมากกับงานระดับองค์กร และยังรองรับการทำงานกับ Office 365 ด้วยเรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ สามารถแชท ทำมีตติ้ง ประชุมผ่านโปรแกรมได้ทันที รวมไปถึงฟีเจอร์ๆต่างๆอีกมาก แอบกระซิบว่าตัวนี้ทางออฟฟิศเราก็ใช้เหมือนกัน ข้อดีขอตัว Teams อีกข้อนึงเลยคือเมื่อเราต้องการประชุมตัวระบบนั้นรองรับการประชุมแบบหลายคนและยังสามารถแชร์สกรีนหรือ presentation ขึ้นจอได้อีกด้วยทำให้การคุยงานกันนั้นมีประสิทธิภาพมากๆ ข้อเสียที่เจอก็คงจะเป็นแค่เรื่องของการใช้งานที่อาจจะต้องเสียเวลาเรียนรู้พอสมควรกว่าจะใช้งานทุกอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว

โปรแกรมโทรศัพท์ต่อเข้าเบอร์โต๊ะ

อีกประเด็นสำคัญเลยคือถ้าออฟฟิศเราปกติมีเบอร์โต๊ะแต่ละคน คงลำบากแน่ๆถ้า wfh กันหมดแล้วไม่มีใครรับโทรศัพท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการหรือต้องคอยดูแลลูกค้าอยู่เสมอ เราเลยมีโปรแกรมดีๆมาแนะนำกันเรียกว่า

3CX

เป็นระบบเสริมที่รองรับและอำนวยความสะดวกในด้านการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร  ซอฟต์แวร์ PBX ที่ทำงานร่วมกับโทรศัพท์แบบ IP และที่ดีไปกว่านั้นคือตัวระบบยังสามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ด้วย นั่นหมายความว่าแม้ที่ออฟฟิศจะ wfh กันหมดก็ตาม แต่ถ้ามีใครโทรเข้าที่เบอร์ 02 แล้วล่ะก็เราก็ยังรับได้ผ่านทางมือถือเรานั่นเอง สะดวกสบายสุดๆ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือแม้ระบบจะมีราคาไม่แพงมากแต่บริษัทอาจจะต้องมาพิจารณาการลงทุนในช่วงเวลาแบบนี้ แต่ข้อดีเพิ่มเติมก็คือระบบโทรศัพท์ในองค์กรเราก็จะทันสมัยมากยิ่งขึ้ย

แชร์ไฟล์งานกันแบบ Online

เนื่องจากด้วยการทำงานแบบ work from home สิ่งที่กระทบไม่แพ้กันเลยคือเรื่องของการเก็บเอกสารที่คงไม่สะดวกแน่หากเอกสารที่เราต้องการใช้อยู่ที่ออฟฟิศ และอีกประเด็นคือการทำงานร่วมกันในบางงานอาจจะต้องมีคนเข้า access file เดียวกันหลายคนซึ่งระบบออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก

Google Drive และ Google Doc

สำหรับตัวนี้คงไม่มีอะไรต้องอะไรต้องพูดกันมากเพราะตัวระบบนั้นคนที่ทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ด้วยความที่คุ้นเคยกับ gmail กัน และด้วยระบบที่อยู่บน cloud ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้ง่ายดาย ข้อดีหลักๆเลยคือทุกคนน่าจะมีแอคเค้าอยู่แล้วไม่ต้องเสียเวลาสมัครใหม่ ใช้งานง่ายรองรับไฟล์ออฟฟิศในหลายๆรูปแบบ และยังฟรีอีกด้วย ข้อจำกัดอาจจะมีบ้างเช่นถ้าหากการทำงานมีความซับซ้อนมาก หรือข้อมูลมีจำนวนมากๆการใช้งานบนออนไลร์อาจจะไม่สะดวกนัก และหากมีใครแก้ไขไฟล์ผิดก็จะทำให้งานสะดุดได้

แม้จะภาวะวิกฤตแต่ก็ยังคงต้องดูแลลูกค้า

และสุดท้ายเราก็จะมาพูดกันถึงโปรแกรมที่ใช้ในการดูแลลูกค้า เริ่มตั้งแต่การเก็บข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงการติดตามงานขายและปิดดีล ซึ่งโปรแกรมพวก CRM จะตอบโจทย์พวกนี้ได้อย่างครบถ้วน

Venio CRM

แน่นอนว่าเราก็ต้องแนะนำเป็นตัว Venio CRM ที่เป็นโปรแกรมที่เราพัฒนาขึ้นเอง เราเข้าใจในธุรกิจของไทยเป็นอย่างดีและที่สำคัญคือเราเหมาะมากๆกับธุรกิจ B2B ที่มีทีมขาย เรามาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณบริหารทีมขายและดูแลลูกค้าได้อย่างง่ายดายแม้จะเป็นช่วงวิกฤตก็ตาม การทำธุรกิจไม่ได้หยุดนิ่ง และยังมีลูกค้าจำนวนมากมายต้องการสินค้าและบริการอยู่

เราเริ่มช่วยคุณตั้งแต่เมื่อมีคนที่อาจจะเป็นลูกค้าติดต่อเข้ามา ช่วยในเรื่องของการติดตามลูกค้า ความเคลื่อนไหวต่างๆ วางแผนการพบลูกค้าที่ตอนนี้แม้เราจะไม่ต้องเช็คอินแล้ว แต่เราก็สามารถใส่แผนงานที่เราต้องการทำในแต่ละวัน และรายงานผลได้อย่างรวดเร็วในระบบ นอกจากนี้แล้วยังสามารถเห็นดีลต่างๆที่ดำเนินการและอาจจะกินเวลาหลายเดือน ตรงนี้ก็จะช่วยเราในการปิดการขายได้รวดเร็วและง่ายดายไม่ตกหล่น พร้อมทั้งการดูแลลูกค้าผ่านทางระบบ Case management อีกด้วย เรียกได้ว่าด้วยโปรแกรม CRM Venio จะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในขณะที่คู่แข่งของคุณยังไม่พร้อมในการจัดการทีมขาย แต่คุณก็สามารถล้ำหน้าไปได้ไกลแล้ว

Email marketing

เราก็ยังจะต้องทำการตลาดกันต่อไปแม้จะอยู่ในช่วงนี้ก็ตาม และสำหรับองค์กรแล้ว email marketing ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ซึ่งถ้าหากบริษัทคุณยังไม่เคยทำมาก่อนแล้วล่ะก็อาจจะได้เวลาเริ่มทำกันดูแล้ว เราก็มีลองเลือก tool มาให้ลองใช้ดูตามนี้

Mailchimp

โปรแกรมสำหรับทำอีเมล มาร์เกตติ้งชื่อดังจากอเมริกา สนับสนุนการทำ email campaign และยังมี dashboard ให้ใช้งานอีกด้วย ทำให้เรารู้ถึงแคมเปญแต่ละอันที่เราทำเข้าไปว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด ที่สำคัญมีแพลนให้ใช้ฟรีซึ่งหากจำนวนคนที่คุณต้องการส่งอีเมลมีไม่มากแล้วล่ะก็ ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์มากทีเดียว แต่สำหรับแพลนฟรีก็มีข้อจำกัดอยู่พอสมควรและรองรับ marketing automation แบบจำกัดมากไม่สามารถทำแบบซับซ้อนได้

Activecampaign

เป็นอีกตัวช่วยนึงสำหรับการทำตลาดแบบออนไลน์ด้วย email marketing ฟีเจอร์การใช้งานของ Active campaign เรียกได้ว่าครบครันเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการทำ marketing automation ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของ activecampaign ก็คงจะอยู่ที่มีให้ใช้งานฟรีในระยะเวลาจำกัด และหลังจากนั้นหากต้องการจะใช้ต่อจำเป็นต้องเลือกแพลนการใช้งานที่เหมาะสมกับองค์กรคุณและเสียค่าใช้จ่ายแบบรายเดือน

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm

ทีม Venio ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านฝ่าวิกฤต Covid-19 ไปด้วยกัน

Venio เป็นกำลังใจให้ทุกท่านฝ่าวิกฤต Covid-19

อย่างที่ทราบกันดีนะครับ สถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบันนั้นส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของเรามาก รวมไปถึงธุรกิจที่ได้รับผลกระทบกันด้วยเช่นกัน ทางผมเข้าใจดีและด้วยระบบเราที่สร้างมาเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจแม้ในยามวิกฤต ผมจึงอยากจะแจ้งให้ทราบว่าทางทีมเราไม่เคยนิ่งนอนใจ และปัจจุบันพวกเราทุกคนยังทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อคอยช่วยเหลือสนับสนุนการใช้งานให้กับทุกท่าน

ขอให้ลูกค้าทุกท่านได้โปรดวางใจว่ายังจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจากการใช้งาน Venio เช่นเดิม และนั่นรวมไปถึงทีมงานของเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบ Venio อย่างต่อเนื่องเหมือนที่เราทำอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอดครับ และยิ่งเฉพาะ ณ ตอนนี้เพื่อให้รองรับการทำงาน work from home ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากว่าคุณลูกค้ามีคำถามอะไรที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติม ทางทีมเรายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือครับ โดยสามารถเลือกเมนูช่วยเหลือจากนั้นเลือกติดต่อเราได้โดยตรง

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติได้ในเร็วๆนี้ สุดท้ายนี้ผมหวังว่าลูกค้าทุกท่าน ทุกคนในบริษัท และทุกคนในครอบครัวจะมีสุขภาพแข็งแรงครับ พวกเราทีมงาน Venio ทุกคนขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ ขอบคุณมากครับ

เราจะก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ

จุติพันธุ์ มงคลสุธี

CEO บริษัท โกไฟว์ จำกัด

5 เหตุผลที่ Venio จะเป็นผู้ช่วยชั้นยอดในการบริหารทีมขาย ช่วงวิกฤต Covid-19

อย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันสถานการณ์ปัจจุบันสำหรับ Covid-19 นั้นยังหาความแน่นอนไม่ได้ แม้ว่าจะอยู่ในภาวะที่วิกฤตแต่สำหรับการบริหารทีมขายก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพียงแต่เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการขาย ซึ่งพอเป็นแบบนี้แล้วการที่มีเครื่องมือช่วยในการบริหารทีมขายนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งขึ้น โปรแกรม Venio CRM เราที่อยู่บนระบบคลาวด์จึงกลายมาเป็นส่วนช่วยให้การบริหารทีมขายและการดูแลลูกค้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นแม้จะอยู่ในภาวะวิกฤต Covid-19 เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า Venio จะช่วยอะไรคุณในบ้างในวิกฤตโควิดนี้

1.Venio อยู่บนระบบคลาวน์คุณจึงเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่

โดยปกติแล้วหากคุณไม่ได้ใช้การเก็บข้อมูลลูกค้าบนระบบออนไลน์แล้วล่ะก็ เมื่อทีมขายต้องการข้อมูลลูกค้าเพื่อติดต่อ ถึงแม้ว่าจะไม่สะดวกเท่าไรแต่ก็ยังสามารถโทรหาใครที่ออฟฟิศได้ เพื่อให้ช่วยค้นหาเบอร์เอกสารที่กระจัดกระจายเต็มโต๊ะทำงาน แต่ ณ ตอนนี้ด้วยวิกฤตโควิด19 ทำให้หลายๆบริษัทเริ่มมีการ work from home กันมากขึ้น การที่จะทำเช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้แล้ว Venio เป็น cloud based crm ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางระบบของ Venio เองเพียงเท่านี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณก็มั่นใจได้ว่างานของคุณจะไม่สะดุดเด็ดขาด

2.ระบบแจ้งเตือน Follow up ผ่านทางมือถือ

นอกจากนั้นแล้ว Venio เองก็ยังมีระบบแจ้งเตือนลูกค้าที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ เช่นเราอาจจะมีการบอกลูกค้าไว้ว่าช่วงเวลานี้เราจะโทรติดต่อกลับไปหรือมี next action อะไรที่ต้องทำ ยิ่งในภาวะแบบนี้ทำให้บางครั้งเรื่อง follow up อาจจะกลายเป็นเรื่องที่สำคัญน้อยลงไป จนคุณอาจจะลืมติดต่อลูกค้าไปเลยก็ได้  แต่ Venio จะมีการแจ้งเตือนถึงเรื่องที่ต้องทำส่งตรงให้คุณบนหน้าจอมือถือเลยทีเดียว เท่านี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าลูกค้าจะรู้สึกแย่กับการขายของเราอีกต่อไป

3.ใช้งานง่ายผ่านมือถือ ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์

แน่นอนสำหรับทีมขายบางท่านอาจจะไม่ได้มีโน้ตบุคไว้ใช้งาน หากโปรแกรมใช้งานได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้การทำงานของทีมขายช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เข้าออฟฟิศไม่ได้ Venio เป็นโปรแกรม CRM แบบ mobile native ทำให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายผ่านทั้งทาง Android และ iOS เท่านี้คุณก็จะไม่พลาดทุกสถานะการขายของทีมอีกต่อไปแม้ว่าจะต้อง WFH ก็ตาม

4.รายงานการขายแบบเรียลไทม์

และสิ่งที่ทีมขายหลายๆท่านกดดันกันมากที่สุดเลยก็คือเรื่องของยอดขาย ยิ่งเฉพาะในภาวะที่ไม่ปกติเช่นตอนนี้ การติดตามดูยอดขายซึ่งปกติแล้วสามารถรู้จากการประชุมยอดในทีมก็อาจจะต้องถูกเลื่อนไปอีก ทำให้ผู้จัดการก็ไม่อาจวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Venio คุณก็จะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะทุกสถานะการขาย การเข้าพบลูกค้าที่มีมาก่อนหน้านั้น ดีลที่เกิดขึ้น ลูกค้าที่ต้องตาม คุณสามารถเข้าถึงและดูรายละเอียดของทุกคนในทีมได้ผ่านระบบแบบเรียลไทม์

5.แม้จะวิกฤตแต่ลูกค้าก็ยังต้องการคนดูแล

เป็นอีกทางหนึ่งที่คุณจะบอกกับลูกค้าให้รู้ว่าคุณแคร์พวกเขามากเพียงใด ยิ่งโดยเฉพาะกับช่วงนี้ ซึ่งการติดต่อธรรมดาก็ทำได้ลำบากมากอยู่แล้ว ถ้าหากลูกค้ามีปัญหาและต้องการติดต่อบริษัทแต่กลับไม่มีคนสนใจ ลูกค้าย่อมรู้สึกแย่มากๆแน่นอน  Venio รองรับระบบ Case management ที่จะช่วยให้ทีมขายของคุณทั้งทีมบันทึกทุกปัญหาที่เกิดขึ้น จนคุณมั่นใจได้ว่าไม่ว่าเคสลูกค้าเข้ามาจะเป็นอย่างไรมันก็ไม่มีวันตกหล่น และคุณก็จะรู้สถานะตลอดเวลา ไม่ว่าวิกฤตจะเป็นอย่างไร แต่ทีมขายของคุณก็จะยังดูแลลุกค้าได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย Venio

ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับ CRM และการบริหารงานขายได้ที่
Blog www.veniocrm.com/blog 
Facebook www.facebook.com/veniocrm
Twitter:  www.twitter.com/veniocrm
Youtube:  www.youtube.com/veniocrm